จี๋เพิ่งเข้าสู่ดินแดนผนึกมารเป็นเพื่อน นบ้านข้างสุสานของเขา ท่ามกลางวันเวลาที่ผ่านพ้นไป เว่ยจี๋เองก็เคยขอให้เขาสอนกระบวนท่านี้เช่นกัน
แต่ทว่า ไม่ว่าอย่างไร ความตระหนักรับรู้ของเว่ยจี๋ที่มีต่อกระบวนท่านี้ยังคงห่างไกล และเรียนไม่สำเร็จตั้งแต่ต้นจนจบ
เมื่อได้ยินถ้อยคำเหยียดหยามของผู้เฒ่าผอมกะหร่อง เว่ยจี๋จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “กระบวนท่าสะท้านฟ้า จำเป็นต้องใช้พลังจิตวิญญาณแปลงร่างให้กลายเป็นกระบี่ จะต้องตระหนักถึงเ เจตนาแห่งฟ้าดิน และจำเป็นต้องมีความกล้าหาญเข้าไปในความเสี่ยง นอกจากนี้ กระบี่ยังเป็นตัวแทนของความไม่ย่อท้อ ไม่ศิโรราบ รับรู้ถึงความสามารถที่แสดงออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ ทั้งยังต ต้องใช้เวลามากอีกด้วย สัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ของสวรรค์และปฐพี เมื่อโจมตีออกไปจะต้องไม่ขาดหายแม้แต่เงื่อนไขเดียว ที่เจ้าฝึกสำเร็จก็เพราะความเหมาะสมทั้งโอกาสและวาสนา บนโลกใบ บนี้ไม่มีใครสามารถเรียนกระบวนท่านี้ได้อีกแล้วล่ะ”
เมื่อกล่าวจบ เว่ยจี๋ก็ส่ายหน้าช้าๆ
ผู้เฒ่าร่างบางอุทานออกมา “ก็ใช่น่ะสิ กระบวนท่านี้ยากจริงๆ นั่นแหละ หากตอนนั้นข้าไม่ได้กำลังซี้แหงแก๋ และต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เกรงว่าก็คงตระ