ต่ทั้งสองจิกกัดกันพอหอปากหอมคอเท่านั้น
ทั้งสองลงมาจากกลางอากาศแล้วทิ้งตัวลงบนผืนทุ่งราบ
ขณะนั้น การต่อสู้ตรงอื่นยังคงดำเนินต่อไปทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
เจียงหลีปล่อยพลังจิตแพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง เพื่อตรวจสอบสถานการณ์การต่อสู้ นางจึงพบว่าพระสี่รูปของสำนักฝัวหมัว มีคนตายหนึ่งรูปและผู้บาดเจ็บอีกหนึ่งรูป และทั้งสามคนที่กำลังจัดการกับสำนักฝัวหมัว มีเพียงลูกศิษย์หนึ่งคนจากสำนักหลีหุนจงที่เสียชีวิตกลางสมรภูมิ ผลลัพธ์เช่นนี้ดูเหมือนจะไปกระตุ้นพระมหาอินฮูเข้าจึงทำให้เขาลงมือหนักและฆ่าคนในป้อมปราการเฟยอวิ๋นไปหนึ่งคน
ทางด้านวังเวิ่นฉิงเหลือเพียงไหวปี้กับลูกศิษย์อีกหนึ่งคน แต่ทว่าไหวปี้ถูกคนของป้อมเฟยอวิ๋นสกัดกั้นเอาไว้ ภายใต้การพัวพันลูกศิษย์คนนั้นกำลังพัวพันกับศิษย์สำนักหลีหุนจงก็หน้าสิ่วหน้าขวานไม่แพ้กัน
“ต่อไปจะทำเยี่ยงไรดี” กงเสวี่ยฮวาถามเสียงนิ่ง
เจียงหลีหัวเราะอย่างนึกสนุก แววตาอาบย้อมไปด้วยแสงเย็นเฉียบ “ทำอย่างไรรึ เช่นนั้นก็…หนึ่งไม่ทำ อีกหนึ่งไม่หยุดพัก ภายใต้ผลกระทบจากอาณาเขตจื๋อจั้ง พวกเราไม่ได้ตั้งใจฆ่าคนของป้อมปราการเฟยอวิ๋นและสำนักหลีหุนจง ดังนั้นเราก็ขอแสดงความเสียใจกับเรื่อง