นี้อย่างสุดซึ้ง”
กงเสวี่ยฮวาตกตะลึงเบิกตาอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำพูดไร้ยางอายดังกล่าว
ผ่านไปครู่ใหญ่เขาถึงจะปิดปากที่อ้ากว้าง ดวงตาที่เบิกโพลงก่อนจะพยักหน้าแรงๆ
หญิงแกร่ง!
บ้าพลัง! บ้าระห่ำ! ใจกล้าบ้าบิ่น!
“เป็นไงเป็นกัน!” กงเสวี่ยฮวาพูดพร้อมตั้งท่าชูกำปั้น
เจียงหลีเผยรอยยิ้มมีเสน่ห์แล้วเอ่ยขึ้นกับเขา “ตอนนี้ยังเหลือคนของป้อมปราการเฟยอวิ๋นสองคน และคนของสำนักหลีหุนจงอีกสองคน ทางด้านไป๋หลี่เฟิ่งไม่มีปัญหา เพราะเหลือแค่คนของป้อมปราการเฟยอวิ๋นหนึ่งคนและสำนักหลีหุนจงอีกสองคน…”
“เจ้าอยู่เฉยๆ เดี๋ยวข้าออกโรงเอง!” กงเสวี่ยฮวายิ้มมาดร้าย
เจียงหลีดึงเขากลับมา “เจ้ารับมือคนเดียวได้หรือ เจ้าไปจัดการคนของป้อมเฟยอวิ๋นนั่นดีกว่า ส่วนสำนักหลีหุนจงอีกสองคนปล่อยให้ข้าจัดการเอง”
กงเสวี่ยฮวาไตร่ตรองดูแล้วพยักหน้า “ก็ได้”
ทันใดนั้นเจียงหลีและกงเสวี่ยฮวาก็เหาะขึ้นไปพร้อมกัน เพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามรบตรงนั้น
ขณะเดียวกัน ในสมรภูมิของไป๋หลี่เฟิ่ง เขาก็ได้รับการถ่ายทอดศาสตร์ลับจากเจียงหลีอีกด้วย…
“ไป๋หลี่เฟิ่ง ฆ่าเขาซะ”
หากเป็นดั่งเช่นเมื่อก่อน ด้วยอุปนิสัยของไป๋หลี่เฟิ่ง เขาคงไม่ฟังคำสั่งของเจียงหลีเป็นอันขาด แต่ทว่ายา