เขาก็วกกลับเส้นทางเดิม ผ่านเส้นทางลับออกจากพระราชวังมังกรไปอย่างไร้สุ้มเสียง
จนถึงยามนั้น ภายในและภายนอกพระราชวังมังกรยังคงโกลาหล
ลวี่หยางมาเงียบงัน…จากไปเงียบงัน…ไม่เหลือแม้เงาเมฆเคลื่อนคล้อย
‘ข้าขนคลังสมบัติแห่งพระราชวังมังกรออกมาได้ เช่นนี้แม้พระราชวังจะถูกตีแตก พวกโจรชั่วเหล่านั้นก็จะไม่ได้สิ่งใดไปเลย นับเป็นการอุทิศให้เผ่ามังกรแล้วกระมัง!’
โพ้นทะเล ณ เกาะร้างอันห่างไกล
“ข้าจักปิดด่านบำเพ็ญเดี๋ยวนี้ พวกเจ้าทั้งหมดจงคอยคุ้มกันให้ข้า!”
ทันทีที่ออกจากพระราชวังมังกร ลวี่หยางก็ประกาศปิดด่านบำเพ็ญในทันใด เพราะครานี้เก็บเกี่ยวมามากเกินไป หากไม่รีบหาวิธีใช้เสีย ย่อมรู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ไม่เป็นสุข
‘แต่ของในคลังสมบัตินั้น คงยังมิใช่ทั้งหมดของพระราชวังมังกร’
‘อย่างน้อย สมบัติของจ้าวมังกร ย่อมไม่อยู่ในคลังนั้นแน่นอน!’
แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่า สมบัติทั้งหลายในคลังล้วนล้ำค่าขึ้นเรื่อยๆ แต่หากจะกล่าวว่าเป็นของมีผลต่อเจินจวินระดับมรรคผลโอสถทองคำ ก็หาได้มีอยู่มากนัก
‘แต่ก็นั่นแหละ ของที่มีผลต่อเจินจวิน จะเอาไปเก็บไว้ในคลังสมบัติได้อย่างไร แน่นอนว่าต้องพกติดตัวไว้เสมอ นั่งเฝ้าด้วยตนจึงจะวางใจได้ อีกทั้งทรัพยากรเหล่านี้ก็ชี้ชัดนัก ว่าส่วนใหญ่ใช้เพื่อเร่งบ่มเพาะแดนมงคลให้ถึงขอบเขตสมบูรณ์ เตรียมเข้าสู่การแสวงหาโอสถทองคำ’
เพราะเหตุนั้น สำหรับลวี่หยางในยามนี้ สมบัติเหล่านั้นจึงนับว่ามีคุณูปการใหญ่อย่าง