การเป็นมาร ตอนนี้ล้ วนยังมีชีวิตรอดกันอยู่ เพียงแต่สลบไปบ้างเท่านั้น…”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความถากถาง ยิ่งไปกว่านั้นคือมีความยั่วยุ
อวิ๋นซู่แววตาดุดัน น้ำเสียงเย็นชา “กงเสวี่ยฮวา ถ้าหากว่าเจ้าอยากตาย ข้าสงเคราะห์ให้ได้”
“นอกจากเจ้าจะพูดเป็นแต่คำพวกนี้ พูดอย่างอื่นเป็นไหม” กงเสวี่ยฮวาแคะหูด้วยความรำคาญ
บรรยากาศทั้งสองฝ่ายตึงเครียดขึ้นมาทันที คนฝั่งนี้ของป้อมปราการเฟยอวิ๋นล้วนแต่จ้องกง
เสวี่ยฮวาตาเขม็ง เหมือนไม่ค่อยเข้าใจว่าตอนนี้วังเทียนอู่กงก็เหลือเขาแค่คนเดียวแล้ว ทำไมถึงยังกล้าพูดจาถากถางเช่นนี้
“ฮวาฮวา” เจียงหลีเรียก
ได้ยินเสียงของเจียงหลี กงเสวี่ยฮวาก็รีบเก็บสีหน้าหาเรื่องทันที แล้วเดินกลับไปอยู่ข้างๆ นางแต่โดยดี
สายตาที่เย็นชาคู่นั้นของอวิ๋นซู่มองเจียงหลีอย่างไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร
เจียงเฮ่ามองพระมหาอินฮูด้วยสายตาที่เฉียบคมดุจดาบ “พระคุณท่าน ช่วยอธิบายให้พวกเราเข้าใจได้หรือไม่”
พระมหาอินฮูยิ้มเล็กน้อย และสงบนิ่งเป็นอย่างมาก “อาตมาและพระรูปอื่นๆ จิตใจไม่มีความโกรธและไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ก็เป็นธรรมดาที่จะไม่เป็นอะไร”
“โกหก!” กงเสวี่