เจียงหลีไม่สนใจเขา
ไหวปี้กลับถาม “พระมหาอินฮู ช่วงนี้ท่านได้พบเจอลูกศิษย์ของวังเวิ่นฉิงบ้างหรือไม่ หรือท่านมากับกลุ่มอำนาจอื่นหรือ”
พระมหาอินฮูส่ายหน้า “อาตมาช่างอับโชคยิ่งนัก ตั้งแต่เข้ามา ไม่เคยเจอใครเลย”
ไหวปี้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย และนางเป็นห่วงศิษย์ร่วมสำนักนางจริงๆ
ทว่า จะวิตกกังวลในตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
ถูกวิญญาณร้ายไล่ตามไปตลอดทาง ไหวปี้พูดอย่างโกรธเคือง “ไอ้พวกนี้ เมื่อไหร่จะหยุดกัน พวกมันพยายามจะทำอะไร พวกมันจะบีบบังคับพวกเราไปถึงไหน”
“อย่างไรคำถามก็มีคำตอบเสมอ เทพธิดาไหวปี้อย่าฉุนเฉียวไป” พระมหาอินฮูจิตใจสงบนิ่งดีมาก
เขาถูกไล่ล่าตลอดทาง แต่เขาไม่ได้ฉุนเฉียวหรือร้อนรนใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“มีคนอยู่ข้างหน้า” ทันใดนั้นเจียงหลีเตือนขึ้น
พระมหาอินฮูกับไหวปี้เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน และพวกเขาเห็นกลุ่มวิญญาณชั่วร้ายมาบรรจบกันที่ข้างหน้าด้านขวาพวกเจียงหลี และคนสองคนกำลังไล่ตามอยู่ข้างหน้าพวกนาง
“ใช่! เป็นพระสงห์แห่งสำนักฝัวหมัวเรานั่นเอง!” อินฮูมองไป ทำให้เขารับรู้ถึงบุคคลที่มา พร้อมยิ้มออกมาทันที
“ทางนี้! ทางนี้!” อินฮูโบกมือให้ทั้งสอง
อีกฝ่ายก็พบเขาเช่นกัน และรีบมาหาเขาอย่างไม่รีรอ