“นั่นเสียงอะไร”
เสียงดังขึ้นกะทันหัน ทำให้เจียงหลีขมวดคิ้ว
ฉินเทียนอีที่กำลังพูดอย่างได้ใจเห็นนางทำสีหน้าเช่นนั้น ก็เก็บท่าทางกรุ้มกริ่มนั้นไว้
เสื้อคลุมพลิ้วไหวในทันใด
“ดูเหมือนว่ามีบางอย่างผิดปกติไป” ฉินเทียนอีเดินเข้าใกล้เจียงหลีอย่างระมัดระวัง พลังวิญญาณรวบรวมอยู่ในฝ่ามือ
เจียงหลีไม่ตอบ ผมยาวประบ่าพลิ้วไหวตามแรงลม แต่เจ้าเปี๊ยกสัตว์ในอ้อมแขนกลับนิ่งสงบเช่นเคย ยกเปลือกตาขึ้นอย่างเกียจคร้านและเหลือบมองไปที่ฉินเทียนอี
เสียงเพลงเงียบๆ ประสานกับเสียงลม
เสียงแผ่วเบานั่นยิ่งอยู่ยิ่งดังขึ้น ราวกับห้อมล้อมพวกเขาสองคนไว้
ทันใดนั้น หลุมศพเหล่านั้น มีเงาคนจางๆ ลอยออกมาจากหน้าหลุมศพ และรวมกันเป็นร่างมนุษย์ขึ้น
แคว่กกก!
ดวงตาของเจียงหลีและฉินเทียนอีหดตัวอย่างรวดเร็ว
“ใคร…กำลังเรียกหาข้า…”
“ใครเรียกหาข้า…”
“เรียกหาข้า…”
“เรียกหา…”
“…”
ร่างมนุษย์เหล่านี้ถามขึ้นตลอดเวลา ทำให้ขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว
เจ้าเปี๊ยกในอ้อมแขนของเจียงหลีจ้องมองไปที่ฉินเทียนอีแล้วค่อยหลับตาลงช้าๆ
“ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้เรียกว่าวิญญาณชั่วร้าย” เจียงหลีกล่าวอย่างเคร่งขรึม
ฉินเทียนอีโค้งริมฝีปากยิ้มเยาะ “ไม่ให้เวลารำลึกถึงอดีตกันเลยจริงๆ”
“หา