ๆ เจตนาฆ่าจางหายไป ดวงตากลับมาสว่างไสวเช่นเดิม
ยอดเยี่ยมมาก! เจียงหลีเหงื่อท่วมตัว
ชั่วครู่ หากเจ้าเปี๊ยกไม่ได้เตือนอย่างทันถ่วงที นางคงได้รับผลกระทบจากกิเลสเหล่านี้และตกอยู่ในภวังค์แห่งการสังหารอย่างบ้าคลั่ง
เจียงหลีเงยหน้าขึ้นมองเจ้าเปี๊ยกที่กำลังนั่งอยู่บนต้นไม้
หนึ่งคนกับหนึ่งเดรัจฉานเพียงมองตาก็รู้ใจ ดังนั้นจึงไม่ต้องเอ่ยปากพูดให้เสียเวลา
เจียงหลีหันไปยังฉินเทียนอีที่กำลังต่อสู้อยู่ เขาลงมือรวดเร็ว แม่นยำ ไร้ความปรานี ใบหน้าที่สง่างามและดวงตาที่แดงก่ำเช่นเดียวกันถูกความเกลียดชังครอบงำ
“ฉินเทียนอี! ” เจียงหลีตะโกนเรียก
เสียงของนางทำให้ฉินเทียนอีสะดุ้งและหยุดกะทันหัน ดวงตาเหม่อลอย
เมื่อเขาหยุดลงมือ วิญญาณชั่วร้ายก็ลอบกระโจนเข้าใส่เขา ในยามคับขันเช่นนี้ เจียงหลีโบกมือให้จูเสียกลายเป็นแส้ยาว พันเอวของเขาแล้วดึงเขากลับมา
“ตื่นได้แล้ว!” เจียงหลีตะโกนเสียงดังฟังชัด
ร่างกายของฉินเทียนอีกระตุกอีกครั้ง ดวงตาที่เหม่อลอยจางหายไป “เมื่อ…เมื่อชั่วครู่เป็นอะไรไป…” เขาจำได้อย่างชัดเจนว่ากำลังจะไปฆ่าวิญญาณชั่วร้ายนั่น แต่กลับดูเหมือนเขาจะตกลงไปในภวังค์แห่งความสุขในการเข่นฆ่า
“เจ้าระวังหน่อย วิญญาณชั่วร้ายเหล่า