“ช่างบังเอิญเสียจริง”
“…” คำพูดประโยคนี้ ทำให้เจียงหลีไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร
ฉินเทียนอีเดินตรงมาหาเจียงหลี แต่กลับรับรู้ได้ถึงความอาฆาตขึ้นมาในทันใด อธิบายไม่ถูก และสายตาของเขามองไปเห็นเจ้าเปี๊ยกที่น่ารักที่อยู่ตรงอ้อมอกของเจียงหลี “เอ๊ะ ช่างเป็นสัตว์ที่น่ารักเสียจริง”
หลังพูดจบ เขายังยืนมือไปลูบที่หัวของเจ้าเปี๊ยกอย่างไม่ถือสา
“นี่มัน…”
ฟิ้ววว!
ฟ่อ!
เจียงหลีพูดยังไม่ทันจบ ก็มีแสงกะพริบตรงหน้าฉินเทียนอี ต่อจากนั้น ก็ตามด้วยเสียงร้องที่เจ็บปวดของเขา
“จุ๊ๆ ดุอะไรขนาดนั้น!” ฉินเทียนอีปิดไปหลังมือของตนเองที่มีเลือดไหลไม่หยุด มองไปทางเจ้าเปี๊ยกทำหน้าประหลาดใจ แผลที่หลังมือลึกจนเห็นกระดูก
“เอ่อะ…” เจียงหลีเอ่ยอย่างกริ่งเกรง “มันค่อนข้างกลัวคนแปลกหน้า นอกจากข้า ใครก็จับไม่ได้”
“เอาเถอะ ข้ารนหาที่เอง” ฉินเทียนอีหัวเราะ เหมือนไม่ได้ใส่ใจ
สายตาเจียงหลีมองผ่านไปตรงหลังมือที่เขาปิดแผลไว้อยู่ คิดอยู่สักพัก จึงเปล่งแสงสีแดง ไปบริเวณบนแผลของเขา
ต่อมา แผลของฉินเทียนอีสมานตัวอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาแสดงออกถึงความมึนงง
มองไปยังหลังมือที่หายดังเดิม ฉินเทียนอีไม่ได้ถามอะไร แต่กลับรื้อฟื้นความหลังกับเจีย