ปมอง มองเห็นไหวปี้พาเหล่าลูกศิษย์จากวังเวิ่นฉิง มาถึงอย่าง ว่องไว เอ่ยปากพูด “ในเมื่อโดนขวางทางเช่นนี้ พวกเราเป็นพันธมิตรวางแผนรับมือด้วยกันดีกว่าไหม”
เจียงหลียังไม่ทันจะได้ตอบกลับ ก็มองไปเห็นกลุ่มคนที่มีแสงสีแดงสวยงามทั้งห้า มาจากระยะไกลแล้วมาหยุดอยู่ข้าง พวกเขา
ครั้งนี้ นางมองเห็นพวกคนใส่ชุดสีแดงนั้นได้อย่างชัดเจน เป็นเพื่อนเก่าจากซีฮวงจริงๆ… ฉินเทียนอีนั่นเอง
หลังจากราชวงศ์โฮ่วจิ้นล่มสลาย คนผู้นี้ก็หายเข้ากลีบเมฆ หลังจากนางเป็นจักรพรรดินี ก็ได้ยินมาว่าตระกูลฉินส่งต ตัวให้กลุ่มอำนาจบางกลุ่มในซีฮวงเพื่อฝึกฝน คิดไม่ถึงว่าจะเป็นตำหนักหลีหั่ว
ฉินเทียนอียิ้มให้เจียงอย่างสนิทสนม ถึงแม้ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาก็รู้เวลานี้ ไม่ใช้โอกาสที่จะมารำลึกถึงความหลั ง
“วิถีอิสระแห่งตนไร้ที่สิ้นสุด! ในเมื่อทุกท่านมาล้วนมารวมตัวกัน ปรึกษาหารือแผนรับมือ ไม่อาจขาดสำนักฝัวหมัวไ ได้” นักบวชทั้งห้า จู่ๆ ก็มาร่วมวงด้วย
ในเวลานั้น คนอื่นๆ และเจียงหลีที่ยืนอยู่บริเวณนั้น นับเป็นสองในสามของคนทั้งหมด
“…” เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ ทำให้เจียงหลีรู้สึกค่อนข้างแปลกใจ
กงเสวี่ยฮวาเกาศีรษะเอ่ย “ข้าว่าทุกท่าน ที่เข้ามาดินแดนผนึกมาร ก