ข้ามา ต่างแสดงสีหน้ารังเกียจ
แต่ทว่า จู๋เยี่ยนนั้นไม่สนใจ และเอ่ยกับอวิ๋นซู่ผู้นำของป้อมปราการเฟยอวิ๋น “ข้าสำนักหลีหุนจงมาช่วยเป็นเสริมแ แรงให้เจ้าป้อมปราการเฟยอวิ๋นดีหรือไม่”
อวิ๋นซู่ยิ้มเหยียดหยาม “สำนักหลีหุนจงของเจ้าไม่มีหุ่นเชิด จะมีประโยชน์อะไร”
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ”
“นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะดูหมิ่นดูแคลนสำนักหลีหุนจงของพวกเรา!”
สำนักหลีหุนจงที่เหลือสี่คน สายตาดำมืด ล้วนพากันกวาดมองไปยังป้อมปราการเฟยอวิ๋น พวกป้อมปราการเฟยอวิ๋นก็ไม่ยอ อมอ่อนข้อให้ หันไปจองเขม็งอย่างดุดัน
“ตอนนี้ ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกัน” จู๋เยี่ยนยกมือ ทำให้คนจากสำนักหลีหุนจงเงียบลง เขามองไปอีกทางหนึ่ง ยิ้ม มแล้วเอ่ยกับอวิ๋นซู่ “หรือเจ้าอยากมารวมมือกับพวกเขา”
อวิ๋นซู่เหลือบตาขึ้น สีหน้าคงเดิมมองไปทางฮวงเสิน
ความแค้นระหว่างป้อมปราการเฟยอวิ๋นและฮวงเสิน ยังคงอยู่มาอย่างยาวนาน ไม่อาจลงรอยกันได้ในเร็ววัน แน่นอนว่าเขาไ ไม่มีทางไปรวมมือกับฮวงเสิน แต่ไม่รู้ว่าทำไม กลุ่มอำนาจในครั้งนี้ ล้วนไปห้อมล้อมกับทางฮวงเสิน
หรือว่า เป็นเพราะสตรีรูปงามนางนั้น เขามองไปทางเจียงหลีที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน แล้วแอบคิดในใจ
ณ เวลานั้น ทางฝั่งของเจียงหลี นางพลิกฝ่า