เหอะ!
เจียงหลียิ้มอย่างขมขื่น ที่แท้ศิษย์ของตำหนักเย่ายังมีหน้าที่ข้อนี้ด้วย
“แต่เจ้าอย่ากดดันเกินไป หลังจากเข้าสู่ดินแดนผนึกมารแล้ว คนส่วนใหญ่จะแยกออกจากกัน เมื่อพบเจอศิษย์ร่วมสำนัก ก็ให้ดูแลกันไป” คุนอู๋ปลอบประโลม
เจียงหลียิ้มออกทันที
รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ของนางเปล่งประกายขึ้น
คุนอู๋แกล้งหยอกนาง “เจ้านี่ขี้เกียจแค่ไหนเชียว”
เจียงหลีไม่รู้สึกเขินอาย เลิกคิ้วขึ้นตออบว่า “สามารถกระดิกนิ้วสั่งได้จะดีที่สุด! ”
“เจ้านี่นะ!” คุนอู๋ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา
“ใช่แล้ว ศิษย์พี่สาม เมื่อครบสองปี พวกเราจะออกจากดินแดนผนึกมารเองใช่หรือไม่” เจียงหลีถามอย่างสงสัย
“อืม” คุนอู๋พยักหน้า “แต่ก็มีข้อยกเว้น”
“ข้อยกเว้นหรือ” เจียงหลีหันไปมองหน้าเขา
คุนอู๋อธิบายกับนางว่า “บางครั้งก็เกิดสถานการณ์พิเศษ เมื่อถึงเวลาต้องออก แต่ออกไม่ทัน ก็จะติดอยู่ในนั้นสามปี รอจนกว่าดินแดนผนึกมารจะเปิดอีกครั้ง และออกมาพร้อมกับคนกลุ่มใหม่ที่เข้ามา”
ทันใดนั้น คุนอู๋หยุดเดินและมองหน้านางอย่างจริงจัง “แน่นอนว่าเจ้าต้องมีชีวิตอยู่ให้ถึงตอนนั้นด้วย”
ดวงตาของเจียงหลีหดลง จากคำอธิบายเรียบง่ายของคุนอู๋แต่กลับได้ยินความลับมากมาย