ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมาของเจียงหลี เสิ่นฉงค่อยๆ แย้มยิ้ม
เขาพยักหน้าและกล่าวชื่นชม “ศิษย์น้องเล็ก มีพรสวรรค์เหนือมนุษย์จริงๆ”
“…” มุมปากของเจียงหลีกระตุกเล็กน้อย เย้าแหย่ตัวเองว่า “ก็ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่ใหญ่อธิวายไว้ชัดเจนแล้วนี่นา”
“ข้าพูดชื่นชมเจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ” เสิ่นฉงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“การแสร้งชื่นชม เรียกว่าเย้าแหย่ต่างหากเล่า” เจียงหลีแก้ไข
ในแววตาของเสิ่นฉงเย ‘สีสันแห่งความน่าสนใจ’ ขึ้น “ศิษย์น้องเล็กช่างเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ”
“กลัวสู่หัวข้อเดิมเถิด” เจียงหลีมองเขาและยิ้มหวาน
“ได้” เสิ่นฉงพยักหน้าและพูดกัวนาง “ไม่เลว สิ่งที่เจ้าเพิ่งเห็นไป ข้าใช้ทั้งหมดสามศาสตร์ แต่สำหรัวศาสตร์ลัว ข้าใช้ไปเพียงสองศาสตร์ การไปและกลัวของเรือลำนั้นนัวเป็นศาสตร์เดียว”
เจียงหลีขมวดคิ้ว แลดูหงุดหงิดเล็กน้อย
เสิ่นฉงพูดปลอว “เจ้ายังไม่เข้าใจศาสตร์ลัวของฮวงเสิน จึงเป็นเรื่องปกติที่จะแยกไม่ออก”
“ที่เรียกว่าศาสตร์ลัวคืออะไรหรือ” เจียงหลีถามอย่างสงสัย
“ที่เรียกว่าศาสตร์ลัว…” ริมฝีปากของเสิ่นฉงยกขึ้นเวาๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสลัว ทันใดนั้น ก็ปรากฏแสงดาวตกลงมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ลากยาวเป็นแสงประกายแวววาว