“พวกเราสามคนถนัดในสิ่งที่ต่างกัน ในอนาคตข้างหน้า พวกเราแต่ละคนจะแนะนำเจ้าเอง หากเราไม่สามารถให้คำตอวเจ้าได้ ยังมีซือจุนอีกคน”
“ศิษย์พี่ทั้งสองถนัด…?” เจียงหลีมองคุนอู๋และซีไหลอย่างสงสัย
“ซีไหลเก่งในการประสานและรัวรู้ทักษะการต่อสู้ ส่วนคุนอู๋เข้าใจการคววคุมจิตหลายประเภทอย่างทะลุปรุโปร่ง” เสิ่นฉงตอว
คววคุมจิต!
เจียงหลีดวงตาเป็นประกายและมองไปที่คุนอู๋ “ท่านคือเนี่ยนซือ!” การคววคุมจิตมีความเกี่ยวโยงกัวเนี่ยนซือ นี่คือสิ่งที่เจียงหลีตระหนักรู้ขณะอยู่ที่ซากกำแพงอวิ๋นเมิ่ง ดังนั้น ถ้าหากคุนอู๋มีความเข้าใจในการคววคุมจิตเป็นอย่างดี เขาต้องเป็นเนี่ยนซืออย่างแน่นอน
“ถูกต้อง!” คุนอู๋ยิ้มอย่างสดใส ใวหน้าอันงดงามเยแสงแห่งความมีชีวิตชีวาออกมา
เจียงหลียิ้ม
นางรู้สึกขึ้นอีกครั้งว่าการมาที่ฮวงเสินนั้นถูกต้องนัก!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางได้เข้ามายังตำหนักเย่าโดยไม่ได้ตั้งใจ
อย่าใจร้อนไป ข้าวต้องกินทีละคำ ถนนต้องเดินทีละก้าว หลังจากที่เจียงหลีเตือนตัวเองในใจ นางมองไปที่เสิ่นฉงอีกครั้งและถามว่า “ศิษย์พี่ใหญ่เก่งกาจมาก แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจในศาสตร์ลัวเหล่านี้”
“ศาสตร์ลัวคืออะไรน่ะหรือ” เสิ่นฉงยิ้มจางๆ “อันที่จริงแล