งเปลี่ยนคำเรียกเจ้าว่าท่านรองประมุขหรือไม่” ลู่เสวียนพูดด้วยรอยยิ้ม
เหวินเหรินชิ่งชิ่งถามติดตลกอีกว่า “ท่านรองประมุขทั้งสามของตำหนักเย่า ก่อนหน้านี้เรียกกันว่าท่านรองประมุขใหญ่ ท่านรองประมุขรอง ท่านรองประมุขสาม เมื่อถึงคราวเจียงหลี คงต้องเรียกว่าท่านรองประมุขสี่แล้ว”
“ตายแล้ว ตายแล้ว ไม่ไพเราะเสียเลย เปลี่ยนใหม่ๆ เจียงหลีว่าไหม” ลู่เสวียนพูดด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ” เจียงหลีถามอย่างมีเลศนัย
รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่เสวียนแข็งทื่อ หันศีรษะหนี
เจียงเฮ่าเหลือบมองเขาและเริ่มสารภาพกับเจียงหลี “ข้าเองที่ไม่ให้เรียกเจ้าเหมือนเมื่อก่อน”
“ทำไมหรือ ข้าคิดว่ามันเพราะดีนะ” เจียงหลีหันกลับไปมองเขา
เจียงเฮ่าขมวดคิ้ว “อาหลี อย่าเอาแต่ใจ ชื่อเรียกก่อนหน้านี้ทำลายชื่อเสียงของเจ้า เมื่อมาถึงฮวงเสินแล้ว ให้เรียกชื่อจริงจะเหมาะกว่า”
“ถูกต้อง ข้าจะปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผิดไม่ได้” ลู่เสวียนพูด้วยรอบยิ้มอย่างไม่เต็มใจ
เขาเข้าใจเหตุผล แต่เขาคุ้นเคยกับเรียกเจียงหลีว่าซ้อเล็กแล้ว จะให้มาเปลี่ยนชื่อเรียกในทันที ทำให้เขารู้สึกว่าเจียงหลีห่างเหินจากครอบครัวของพวกเขาแล้ว
“ไม่ต้องหรอก ที่ลู่เสวียนเรียกข้าเช่นนั้นเพราะ