ืนมาได้ ก็ไม่ทันการณ์ต่อโอกาสแสวงหาโอสถทองคำในช่วงหลายสิบปีนี้อยู่ดี!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เทียนฉิวก็ถึงกับสติขาดผึงในพริบตา
เมื่อหันไปยังลวี่หยางอีกครั้ง ใจของเขาก็เหลือเพียงความคิดประการเดียวเท่านั้น:
“ฆ่า!”
โทสะของเทียนฉิวในยามนี้ ต่อให้ระบายด้วยสายน้ำทั้งสี่มหาสมุทรก็ยังมิเพียงพอ วิถีของเขาถูกปิดตาย หากไม่สังหารคนผู้นี้ จะล้างมลทินในใจลงได้อย่างไร!
ทว่าลวี่หยางกลับยังคงสงบนิ่ง
เป็นหนึ่งกับโลกที่แปรเปลี่ยนเป็นรัศมีวงกลมลอยอยู่เหนือศีรษะ เขียนลวดลายแสงประหนึ่งใยแมงมุมเป็นสายเกี่ยวพัน นำเขาผูกเข้ากับฟ้าดินแห่งนี้อย่างแนบแน่น
เพียงชั่วพริบตา เทียนฉิวก็ร่ายเคล็ดอีกครา มหานทีแห่งแม่น้ำดำพันล้านสายถาโถมกลายเป็นคลื่นยักษ์ซัดสู่ลวี่หยาง ถึงกับทำให้เขาหลุดเสียงชมเชยออกมาเบาๆ
‘ร้ายกาจนัก ร้ายกาจยิ่งนัก…’
ลวี่หยางย่อมรู้แจ้งในใจ ตนไม่อาจต้านทานกระแสคลื่นแห่งแม่น้ำดำนี้ได้โดยตรง
หากต้องประจัญบานกันอย่างแท้จริง อย่างมากเขาก็ทำได้เพียงอาศัยลี่เจี๋ยโปวประสานกับเจตจำนงแห่งกระบี่ ฝืนยันได้ชั่วครู่ แต่หากยืดเยื้อออกไป ท้ายที่สุดก็ยากจะหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้
‘…นี่น่ะหรือวิชามรรคผล?’
บรรพชนถิงโยวเคยกล่าวไว้กับเขา ว่าในหมู่สี่อำนาจใหญ่ล้วนมีวิชามรรคผลซึ่งรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อผู้ฝึกตนที่บรรลุวางรากฐานสมบูรณ์โดยเฉพาะ ต้องใช้แก่นแท้ทองคำสังเวยหล่อหลอม จึงพอมีหวังบรรลุสำเร็จได้
เรียกกันว่าวิชามรรคผล
‘ว่ากันจร