สองพี่น้องสนทนากันจบ ก็ใกล้ถึงเวลาออกเดินทางแล้ว
ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้อง มาถึงที่รวมตัว
เฟิงสิงอวิ๋นกำลังนำกระสวยเวลาให้กับผู้ที่มาถึงก่อนอย่างลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่ง เขาคิดอยู่สักครู่ ก็นำอันที่อยู่ข้างตัวส่งให้มู่ชิงเหยียนที่อยู่ข้างๆ
“ในยามที่อาหลียังคิดวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออก กระสวยเวลานี้ให้เจ้าไว้คุ้มครองตัว เมื่อพบอันตราย สามารถนำมาใช้กันภัยได้ชั่วครู่ ในสถานการณ์ฉุกเฉินก็สามารถใช้มันให้พาเจ้ามาส่งที่ตรงหน้าอาหลีได้”
มู่ชิงเหยียนรับกระสวยมาด้วยความยินดี แล้วเอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณท่านอาจารย์เฟิงมากเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจ” เฟิงสิงอวิ๋นยิ้มออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
เหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาของเจียงหลีกับเจียงเฮ่าที่ผ่านมาเห็นพอดี เจียงหลีมองไป แล้วเดินไปทางเฟิงสิงอวิ๋น ส่วนเจียงเฮ่ามองมู่ชิงเหยียนเพียงแค่ครู่เดียว ก็เกิดความรู้สึกซับซ้อนเบนสายตาไปทางอื่น
“มาแล้วหรือ รับไว้สิ” เฟิงสิงอวิ๋นนำกระสวยเวลาโยนให้เจียงหลี
เจียงหลีรับไว้ได้ ใช้พลังจิตที่รวดเร็วสัมผัสสักครู่ จึงยิ้มทีนที นางเอ่ยเสียงเบากับเฟิงสิงอวิ๋น “ท่านอาจารย์เฟิง ที่แท้ท่านคือเนี่ยนซือนี่เอง!
เฟิงสิงอวิ๋นยิ้มสดใส กลับไม่ปฏิเสธ
ทว่า