“วิชามารยา!”
เจียงเฮ่าน้ำเสียงเย็นเยียบเสียดกระดูก คนงามตรงหน้าเขากลายเป็นโครงกระดูกสีชมพูในสายตาเขา
สตรีนางนั้นหลบหลีกการโจมตีของเขาได้อย่างง่ายดายด้วยท่าทางที่มีเสน่ห์เย้ายวนราวกับร่ายรำก็มิปาน “คุณชายไม่ตอบข้าก็แล้วไปเถิด เหตุใดต้องลงมือทำร้ายกันเช่นนี้ด้วยเล่า ท่านจะทำร้ายสตรีบอบบางอย่างข้าลงหรือ”
สตรีนางนั้นหลบการโจมตีของเขาแล้วก็โผไปนั่งไขว่ห้างอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง อาภรณ์ลื่นไหลเผยให้เห็นเรียวขาขาวดุจหยกของนาง
“เจ้าเป็นคนของวังเวิ่นฉิง!” เจียงเฮ่าไม่สะทกสะท้านแล้วยืนยันตัวตนของสตรีนางนี้
คิดไม่ถึงว่าคนของวังเวิ่นฉิงจะซุ่มซ่อนอยู่ในหอนางโลมเมืองซู่หยาแห่งนี้ เรื่องราวต้องไม่ง่ายดายแน่
“คุณชายรู้ว่าอาจารย์ของข้าเป็นผู้ใด เช่นนั้นคงจะมิใช่คนธรรมดาสามัญเสียแล้ว” ถึงตัวตนนางจะถูกเจียงเฮ่าเปิดเผยก็ไม่ร้อนใจ นางยังคงหัวเราะหยอกล้อต่อไป
เจียงเฮ่ารู้สึกหน้ามืดวิงเวียนจึงกัดฟันแน่น ลมปราณทั่วร่างพลันดุดันขึ้น เขาเอ่ยเตือนว่า “เก็บวิชามารยาของเจ้าไปเสีย มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้า”
“คุณชายไม่รู้จักทะนุถนอมสตรีบอบบางเอาเสียเลย” นางถลึงตามองเขาด้วยความโมโห แต่สายตานางกลับดึงดูดเย้ายวนคน
“เฮอะ!” เจียงเฮ่าสบถ