“เจ้าคิดดีแล้วหรือว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ” เจียงเฮ่าถามซ้ำอีกหน
“อืม” มู่ชิงเหยียนพยักหน้าโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ระหว่างพวกเขาสองคนภายนอกเหมือนไม่มีอะไร แต่ภายในใจกลับเหมือนเก็บซ่อนอะไรไว้อยู่ ราวกับว่ามีกำแพงมาขวางกั้นตรงหน้าระหว่างพวกเขาไว้
สิ่งที่สามารถพูดได้ก็มีเพียงไม่กี่ประโยคพวกนั้น
บางประโยคที่มิใช่สิ่งที่คิดไว้แต่แรกก็กลับพูดออกมาอย่างอดมิได้
“หากเจ้าไปจากที่นี่ บางทีอาจจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้ก็ได้” เจียงเฮ่าพูดจบก็มานึกเสียใจทีหลัง อยากจะตบปากตัวเองแรงๆ เสียจริง
มู่ชิงเหยียนช้อนตามองเขาด้วยความตกใจและแฝงไว้ด้วยความผิดหวัง
นางไม่เอ่ยคำใด เจียงเฮ่ายิ่งใจไม่ดี กลัวว่านางจะเปลี่ยนใจจากไปจริงๆ ภายหน้าก็คงจะมิอาจพบนางได้อีก
จากนั้นมู่ชิงเหยียนก็สูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ฝืนยิ้มกล่าวว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าหากข้าอยู่ต่อจะไม่มีอนาคตที่ดี”
ประโยคนี้แฝงไว้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและความดื้อรั้นทำเอาเจียงเฮ่าใจหล่นวูบ
เขาตอบเสียงไม่พอใจไปว่า “ตามใจเจ้า” แล้วก็หันหลังเดินจากไป
มู่ชิงเหยียนเห็นแผ่นหลังเขาเดินจากไปก็วิ่งหนีไปด้วยความพ่ายแพ้ทั้งน้ำตานองหน้าโดยไม่ไตร่ตรองอันใด
“เรื่องแค่นี้เอง! อย่าร้องสิมู่ชิงเหยียน! มิใช่ครั้งแรกที่ไอ้บ้านั่นโกรธเจ้าเสียหน่อย” มู่ชิงเหยียนบอกกับตัวเองแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา
…
เจียงเฮ่าและมู่ชิงเหยียนกลับมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เพียงแต่ว่ายามที่มู่ชิงเหยียนมาถึงนั้นขอ