มืองมีโรงเตี๊ยมหอสุราและร้านรวงเรียงรายมากมาย ผู้คนก็คึกคัก มีทั้งคนที่ฝึกฝนตนและคนธรรมดา
พวกเจียงหลีสามคนหาโรงเตี๊ยมพักได้ที่หนึ่ง ส่วนเจียงเฮ่าออกไปสืบหาข่าวคราว
ไม่นานนักเขาก็กลับมาบอกกับเจียงหลีและมู่ชิงเหยียนว่าเมืองซู่หยาแห่งนี้เป็นเมืองขึ้นของแคว้นที่ชื่อว่าลั่ว
และกลุ่มอำนาจเบื้องหลังของแคว้นลั่วนี้เป็นของหลีหุนจงที่มีเป็นกลุ่มอำนาจระดับกลาง
“หลีหุนจงหรือ” เจียงหลีที่อยู่ภายในห้องพักถอนใจให้ตัวเองที่ไม่เข้าใจกลุ่มอำนาจในซีฮวงเท่าใดนัก หลีหุนจงเป็นกองกำลังที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อนอีกแล้ว
“กลุ่มอำนาจในซีฮวงมีมากมาย ข้าที่มาที่นี่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ยังล่วงรู้ถึงอำนาจทั้งหมดของที่นี่ไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับอาหลี” เจียงเฮ่าปลอบนางคำหนึ่ง
“ข้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน” มู่ชิงเหยียนเอ่ยขึ้นตาม แล้วเอ่ยเสริมขึ้นอีกประโยคในขณะนั้นว่า “หากนายน้อยกงอยู่ที่นี่ล่ะก็ อาจจะบอกข่าวคราวเกี่ยวกับหลีหุนจงให้พวกเราก็ได้”
เหอะ!
เจียงเฮ่าได้ยินมู่ชิงเหยียนพูดถึงชายอื่นก็พลันไม่ชอบใจ
“จะไปพึ่งพาแต่เขาก็ไม่ได้” เจียงหลีเอ่ยขึ้นแล้วถามพี่ชายตนว่า “พี่ใหญ่ ท่านได้สืบรู้เบื้องหลังของหลีหุนจงคนนี้มาหรือไม่”
เจียงเฮ่าส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “แต่ไหนแต่ไรมาหลีหุนจงผู้นี้ทำตัวลึกลับ น้อยนักที่จะปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชน แต่ชื่อเสียงกลับโด่งดัง พอคนที่นี่ได้ยินเข้าสีหน้าก็พลันเปลี่ยน ข้าจึงสืบข่าวอันใดมิได้เล