ดใหญ่และหนักกว่าจะได้รับความชื่นชมและความเคารพ
มองดูคนกลุ่มนี้เดินจากไปน้อยลงไปเรื่อยๆ ในดวงตาของเฟิ่งเซียนเกือบจะลุกเป็นไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางเห็นท่านลุงรองของนางยังคงยืนอยู่หน้ากงเสวี่ยฮวาด้วยรอยยิ้ม นั่นยิ่งทำให้นางรู้สึกโกรธมากขึ้น
นางเงยหน้าขึ้นมองมู่ชิงเหยียนที่ยืนเคียงข้างกับเจียงหลี พูดเสียงดัง “เจ้ายังไม่รีบไสหัวมากับข้า”
นางไม่สามารถลงโทษคนอื่นได้ แต่หากจะลงโทษศิษย์ของเขาเฟิ่งอู่ซานคงไม่มีใครว่าอะไรได้
มู่ชิงเหยียนเงยหน้าช้าๆ มองไปที่เฟิ่งเซียนและยิ้มให้ “แม่นางเฟิ่งเซียนคงลืม ข้าไม่ได้เป็นศิษย์ของเขาเฟิ่งอู่ซานแล้ว”
“เจ้า! เจ้าคิดว่ามีต้นไม้ใหญ่ไว้ให้หลบแล้วหรือ ข้าจะบอกเจ้าไว้ ว่าเขาเฟิ่งอู่ซานจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่” เฟิ่งเซียนพูดขู่
มู่ชิงเหยียนไม่กลัวแต่ยังคงเงียบสงบ “ข้ารออยู่”
พูดจบ นางไม่ได้มองเฟิ่งเซียนแต่หันไปรอบๆ และพยักหน้าเล็กน้อยกับเจียงหลีเพื่อบอกลา
“เดี๋ยวสิ” เจียงหลีเรียกนางไว้
มู่ชิงเหยียนมองไปอย่างงุนงง
“เจ้าไปกับข้า” เจียงหลีพูดกับนาง
มู่ชิงเหยียนมองนางด้วยความประหลาดใจ นางรู้สึกตื่นเต้นและแปลกใจเล็กน้อย มากไปกว่านั้นนาง….มีความลังเลเล็กน้อย
“เจ้าไม่อยากเจอเจีย