้กับเฟิ่งเทียนผู้เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเขาเฟิ่งอู่ซาน และเฟิ่งเซียนก็ชื่นชมเฟิ่งเทียนเป็นอย่างมาก และนี่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนในเขาเฟิ่งอู่ซานล้วนทราบกันดี” กงเสวี่ยฮวากล่าวอีกครั้ง
เจียงหลีมองดูเขาด้วยท่าทางแปลกๆ คนที่ถูกมองก็รู้สึกถูกมองจนหนังหัวชาไปหมด จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “มีอะไรหรือ”
“เจ้าเปลี่ยนมารับจ้างเป็นผู้สืบข่าวแห่งยุทธภพดีกว่า” เจียงหลีพูดหยอกล้อ
กงเสวี่ยฮวาถึงกับสำลัก “ผู้สืบข่าวอะไรกัน ไม่น่าฟังเสียจริง ที่เจ้าไม่รู้ในสิ่งที่ข้าเล่าให้ฟัง นั่นก็เพราะเจ้ามีระดับขั้นที่ต่ำเกินไป และติดต่อกับผู้คนน้อยเกินไป แถมยังเพิ่งลงเขามาด้วย”
ไม่มีการประชดในคำพูดเขาพูด เจียงหลียังรู้ด้วยว่าภูมิหลังของนายน้อยจากกลุ่มอำนาจเช่นเขานั้นต้องไม่เลวแน่นอน
ในเวลานี้ เฟิ่งเทียนและเฟิ่งเซียนก็ได้มาถึงพื้นที่ว่างนั้นแล้ว
ที่นั่น มีเบาะรองนั่งทรงกลมอยู่สองอัน จุดธูปไว้ตรงกลาง นี่ก็จัดแจงได้…อยู่นะ กับท่าทางของคนอื่นที่กล้าโกรธแต่ไม่กล้าเอ่ยปากนั้น พวกเขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย กระทั่งระหว่างคิ้วของเฟิ่งเซียนยังให้ความรู้สึกเหนือกว่าปรากฏขึ้น
“ชิงเหยียน เจ้ามาทำสมาธิข้างๆ ข้าสิ” ทันใดนั้น เฟิ่งเทียนก็หันไป