ี้ยงข้านะ!”
“…” การเคลื่อนไหวของกงเสวี่ยฮวาหยุดแข็งทื่อกับพื้น อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เขารังแกเจ้าเปี๊ยกนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเดรัจฉานน้อยนั่นต่างหากที่รังแกเขา!
เจียงหลีหลุบตาลง ไม่สนใจสีหน้าคับข้องใจของกงเสวี่ยฮวา แต่กําลังจดจ่อกับการปลอบประโลมเจ้าเปี๊ยกที่กำลัง ‘กลัว’ ในอ้อมแขน
หลังจากนั้นไม่นาน เจียงหลีก็เงยหน้าขึ้นและมองไปที่เขา “เจ้ากำลังมองหาอะไร”
พูดถึงเรื่องสำคัญ กงเสวี่ยฮวาก็ต้องวางเรื่องที่ถูกสัตว์ร้ายบางตัวแกล้งไปเสียก่อน เขาพูดกับเจียงหลี “ต้องเป็นเรื่องที่ข้าได้กล่าวกับเจ้าเมื่อวานอยู่แล้วก็คือเรื่องซากกำแพงอวิ๋นเมิ่ง”
“เจ้าช่วยเล่าให้ข้าอย่างละเอียดที” ดวงตาของเจียงหลีเป็นประกายและพูดอย่างใจเย็น
“ตรงไปร้อยลี้ เดินทางต่อไปทางตะวันออกสามร้อยลี้และไปทางเหนือต่ออีกสองร้อยลี้ มีสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่าซากกำแพงอวิ๋นเมิ่งอยู่”
“สิ่งมหัศจรรย์อย่างนั้นหรือ” เจียงหลีขัดจังหวะการพูดของ กงเสวี่ยฮวาด้วยความประหลาดใจ
นางยกเปลือกตาขึ้นมองไปที่กงเสวี่ยฮวาเบาๆ และหลับตาลงอีกครั้ง
กงเสวี่ยฮวาพยักหน้า “ว่ากันว่า หากเข้าใจสิ่งมหัศจรรย์นั่นจะได้รับประสบการณ์ใหม่ ซึ่งเป็นประโย