ไม่นาน
“ยังตกตะลึงอะไรอยู่อีกล่ะ รีบตามไปสิ! ค้นหาให้ทั่ว ไปนำตัวศิษย์ทรยศกลับมาให้ได้!” ผู้คุมห้องทรมานมีสีหน้าหดหู่
เจียงหลีหนีไป เขาก็มีโทษ
บรรดาศิษย์ของห้องทรมาน ทยอยเดินออกจากปากถ้ำ หายไปในค่ำคืนนั้น
หันอวี้กำลังเตรียมหนีอย่างเงียบๆ ก็ถูกผู้คุมห้องทรมานตะโกนเรียกไว้ก่อน “หันอวี้ เจ้าคิดจะไปไหน”
“ข้า…ก็จะไปจับคนร้ายน่ะสิ” ในใจของหันอวี้เย็นวาบขึ้นมา ฝืนรอยยิ้มออกมา
“ไม่ต้องหรอก เจ้าไปพบท่านประมุขสำนักกับข้า” ผู้คุมห้องทรมานเอ่ย
สีหน้าของหันอวี้เปลี่ยนไปทันที ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ สองขาใต้ชุดคลุมยาวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่
ด้วยเหตุนี้ผู้คุมห้องทรมานที่ดุร้ายและโผงผาง จึงใช้สายตาที่น่ากลัวจ้องมองมา เขาไม่มีทางหลบหนี ทำได้แค่ผงกศีรษะ เดินตามหลังเขาไป ลากเท้าที่หนักไปทีละก้าวๆ มุ่งไปยังตำหนักของประมุขสำนัก
…
ภายในตำหนักเอก ตำหนักใน มีเสียงร้องทนความเจ็บปวดดังออกมาอยู่เรื่อยๆ
กลิ่นคาวเลือดลอยออกมาเรื่อยๆ ทำให้ตำหนักใหญ่นี้น่าหดหู่ แล้วยังเพิ่มความน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
หันอวี้ตามผู้คุมห้องทรมานมาจนถึงที่นี่ ไม่ได้ยินเสียงร้องเรียกก็ต้องรออยู่ด้านนอกเท่านั้น ได้ยินเสียงอันเจ็บปวดทรมาน จิตใจเขา