หลังออกมาจากห้องของชิงหว่าน เจียงหลีคิดไว้แล้วว่าจะใช้อำนาจของสำนักพรตเสวียนหมิงช่วยนางสืบข่าวหาที่อยู่ของหนานอู๋เฮิ่น
จากที่รู้จักสำนักพรตเสวียนหมิงในตอนนี้ หากข่าวของหนานอู๋เฮิ่นถูกเปิดเผยออกไป เกรงว่าอาจจะกลายเป็นข้อต่อรองที่ควบคุมนาง
ดังนั้นต้องแน่ใจว่าหนานอู๋เฮิ่นเป็นตายร้ายดีอย่างไร จึงทำได้เพียงค่อยคิดอีกครั้ง
แต่ทว่าเจียงหลีเชื่อมั่นหากหนานอู๋เฮิ่นยังมีชีวิตอยู่ก็คงคิดหาทางตามข่าวนางเช่นกัน
สงสัยจำเป็นต้องหาโอกาสออกไปจากที่นี่ แต่ไอ้ยันต์ธาราทมิฬนี่ เจียงหลีมีสีหน้าเย็นชาแล้วกลับห้องของตนเอง
เจ้าก้อนขนยังคงนอนหลับอุตุอยู่บนผ้าปูที่นอน เจียงหลีเข้าไปดูใกล้แล้วถอยกลับมาไม่ได้ไปรบกวน
นางเดินไปที่นั่งในห้องและนั่งขัดสมาธิพยายามดูว่านางสามารถบังคับยันต์ออกได้หรือไม่
อย่างไรก็ตามพลังวิญญาณของนางได้หายไปเป็นเวลาหลายสัปดาห์และนางไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของยันต์เลย เจียงหลีที่ไม่ท้อใจปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์นกอมตะออกมาและใช้พลังของนกอมตะตรวจสอบร่างกายเพื่อบังคับให้ยันต์ออกมา
การพยายามนี้ใช้เวลาเกือบทั้งวัน เจียงหลีพยายามแล้วพยายามเล่าจนเหงื่อโทรมกาย เสื้อผ้าที่เปลี่ยนผัดมาใหม่เปียกชุ่มแต่ก็ยังคงไม่มีวิธีบังคับยันต์ให้ออกมาได้
ไม่ ไม่ใช่ไม่มีวิธี แต่หาการมีอยู่ของยันต์ไม่ได้ตั้งแต่แรกต่างหาก
เหมือนมันได้หลอมรวมเข้ากับร่างกาย หายไปไม่พบเห็น
หรือว่าต้องตายอีกครั้งถึงจะสามารถหลุดพ้นจากการควบคุม