กลุ่มหนึ่งปรากฏตัว บอกว่าข้าคือธิดาสวรรค์อะไรก็ไม่รู้ ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองใช่หรือไม่ใช่” เจียงหลีเล่าเรื่องที่ผ่านมาด้วยท่าทีสงบ
ประมุขสำนักพรตเสวียนหมิงไม่ตอบคำถาม เพียงแต่มองไปที่ชายในชุดคลุมนั้น
“ทิศทางถูกต้อง หันอวี้ตรวจสอบแล้วว่าบนเกาะไม่มีผู้อื่นอีกขอรับ” ชายในชุดคลุมเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าราวกับเคยเสียงแตก
ท่านประมุขถอนสายตากลับมามองเจียงหลีด้วยแววตาขบขัน “ตอนที่พวกนางทั้งสองถูกเลือกเป็นธิดาสวรรค์ต่างรู้สึกสำนึกในบุญคุณ แต่เหตุใดเจ้าถึงได้ใจเย็นเยี่ยงนี้ทั้งยังตั้งคำถามกับสถานะของตนอีกด้วย”
ในขณะที่พูดสายตาของเขายังคงมองตรงไปที่เจียงหลีอย่างเปิดเผย
สายตาราวกับกำลังสำรวจสินค้าเฉกเช่นนี้ทำให้เจียงหลีรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเผชิญหน้ากับหลิงหวังให้จงได้ แม้กระทั่งโอกาสขัดขืนนางยังไม่มีเลย
“หึ เลียแข้งเลียขาสิไม่ว่า” ซู่ซินพึมพำเสียงเย็นเยียบ
เมื่อเผชิญหน้ากับเจียงหลีความเย่อหยิ่งของนางก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เพี๊ยะ!
จากนั้นทันทีที่สิ้นเสียงของนางก็มีเสียงฝ่ามือดังกึกก้องไปทั่วทั้งวิหารหลวง
“ถึงคราวที่เจ้าต้องพูดต่อหน้าที่ประทับนี้แล้วหรือ” ถ้อยคำตำหนิติเตียนดังออกมาจากปากของผู้เป็นประมุข
เจียงหลีเหลือบมองซู่ซินก็เห็นเพียงแค่นางยกมือขึ้นกุมใบหน้าตัวเองโดยที่ศีรษะเอนเอียงไปอีกข้าง
“ขอประธานอภัยท่านประมุข ซู่ซินไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ” นางรีบคุกเข่าลงแล้วยอมรับผิด