ฟิ่งอู่ซานอย่างนั้นรึ” เฟิ่งเทียนมองนางอย่างตักเตือน
มู่ชิงเหยียนเงียบไปครู่หนึ่งและยิ้มอ่อนๆ จากนั้นก็ถอยหลังไปสองก้าว เข้าไปใกล้เจียงหลีแล้วกล่าวกับเฟิ่งเทียนว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ชิงเหยียนไม่ผิดเจ้าคะ หากศิษย์พี่คิดจะทำร้ายเพื่อนของข้า ข้าก็ทำได้เพียงต่อสู้ไปพร้อมกับเพื่อนของข้า”
หลังจากพูดจบ นางก็หันไปมองเจียงหลี และกล่าวอย่างเงียบๆ ว่า “หาโอกาสหนีไป มิต้องสู้ต่อ กำลังเสริมของเขาเฟิ่งอู่ซานกำลังมา”
สุดท้าย เรื่องที่เฟิ่งเทียนสั่งให้เฟิ่งเซียนไปเรียกคนมานั้นก็ปิดบังนางมิได้สินะ
สายตาเจียงหลีเป็นประกาย รอยยิ้มหยุดอย่างกะทันหัน ความรู้สึกที่ถูกปกป้องนี้หมายความว่าอะไรกัน ยังไม่ทันได้เป็นพี่สะใภ้ของนาง ก็เริ่มทำหน้าที่เป็นพี่สะใภ้แล้วหรือ
“กินบนเรือนขี้บนหลังคา! มู่ชิงเหยียน เจ้ามันคนอกตัญญู เป็นคนเนรคุณจริงๆ! ศิษย์พี่เจ้าคะ ถึงตอนนี้แล้วท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือเจ้าคะ ในสายตาและในใจของมู่ชิงเหยียนนั้นมีเขาเฟิ่งอู่ซานของเราที่ไหนกัน เกรงว่า รวมทั้งศิษย์พี่อย่างท่านก็คงไม่อยู่ในใจนางเลยแม้แต่น้อย” เฟิ่งเซียนพูดใส่สีตีไข่
กับที่นางได้ว่ามานั้น มู่ชิงเหยียนยังคงนิ่งและไม่โต้ตอบอะไร อารมณ์