บทที่ 393 เซียนวิญญาณผู้ขมขื่น
‘ยังดีที่ข้าหนีออกมาก่อน!’
ลวี่หยางมองมู่ฉางเซิงที่บัดนี้ใบหน้าอับจนไร้หนทาง สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดีต่อการตัดสินใจของตนในวันก่อน หาใช่ผิดพลาดไม่ สถานที่บัดซบเช่นนี้ไร้ซึ่งหนทางเติบใหญ่โดยแท้
ยิ่งไปกว่านั้น… การทำตามฟ้าดินก็มิมีทางออกจริงๆ
ในห้วงเวลานั้น ลวี่หยางถึงกับรู้สึกซาบซึ้งต่อการที่ฟ้าดินชิงเอาร่างเซียนวิญญาณของตนไปเสียก่อน มิเช่นนั้นอนาคตของตนคงไม่พ้นตกอยู่ในสายตาสอดส่องของจ้าววิถีทั้งสี่!
แล้วจะอยู่ไปเพื่ออันใดกัน?
ทว่าในวินาทีต่อมา ลวี่หยางพลันฉุกคิดขึ้นถึงอีกเรื่องหนึ่ง
หากว่าวิญญาณของเจินเหรินบรรพกาลอยู่ในแดนลับหลอมวิชา แล้วเหตุใดจึงเป็นเจ้าสำนักกระบี่ที่ให้บรรพชนตระกูลอวิ๋นเวียนว่ายกลับชาติมาเกิด ณ สถานที่แห่งนี้? ความหมายเบื้องหลังย่อมมีเงื่อนงำลึกล้ำ
‘จ้าววิถีแห่งนิกายกระบี่กำลังประมือกับจ้าววิถีแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?’
‘มิใช่… ควรจะเป็นเพียงแค่การแย่งชิงผู้มีพรสวรรค์ นิกายศักดิ์สิทธิ์ใช้วิญญาณของมู่ฉางเซิงให้ศิษย์บ่มเพาะวิชาเทพ แล้วนิกายกระบี่เล่าจะใช้เขาไปทำอะไร?’
อย่างไรเสียก็เคยได้บำเพ็ญเพียรอยู่ในนิกายกระบี่มาก่อน ลวี่หยางจึงนึกคำตอบออกในบัดดล
‘เติมเต็มตำแหน่งมรรคผลแห่งกระบี่!’
‘ใช่แล้ว หากให้วิญญาณเวียนว่ายของมู่ฉางเซิงบ่มเพาะ《คัมภีร์ลับราชันย์กระบี่กุมแก่นทองคำ》แล้ววางรากฐานด้วยคัมภีร์นี้ เมื่อถึงคราเขาฟื้นคืนสติ…’
เกรงว