ูฟ่องของเจ้าเปียกและขู่อย่างโหดเหี้ยม “ต่อไปถ้าเจ้าข่วนข้าอีก ข้าจะถอนเล็บเจ้าทิ้งเสียให้หมด!”
เจ้าเปี๊ยกเหลือบมองนางอย่างเกียจคร้านด้วยสีหน้าดูถูก เจียงหลีรู้สึกมันเขี้ยวและคิดในใจว่าต้องหาโอกาสขู่มันบ้าง ไม่เช่นนั้นมันก็จะไม่รู้ว่าใครที่เป็นเจ้านายกันแน่!
เรื่องเมื่อครู่นี้มาขัดจังหวะจึงทำให้ความอึดอัดใจก่อนหน้านี้หายไป
คืนนี้ไร้คำพูดใดๆ อีก แต่เจ้าเปี๊ยกไม่ต้องการให้จับมันนอนกอด มันเพียงต้องการขดตัวอยู่ที่มุมตรงเท้าของนางและนอนคนเดียว
เมื่อฟ้าสาง ก็มีคนมาเคาะประตูห้องเจียงหลี
เจียงหลีเปิดประตูด้วยความงุนงง นางแปลกใจเมื่อเห็นชิงหว่านและซู่ซินผู้หยิ่งผยองและความงัวเงียหายไปเป็นปลิดทิ้ง
“ท่านประมุขส่งคนมาเรียกพวกเราไปพบ” ชิงหว่านเอ่ยกับเจียงหลีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
เจียงหลีรู้สึกฉงน “หืม มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ทำไมข้าไม่รู้”
ซู่ซินสบถอย่างเย็นชา ส่วนชิงหว่านยิ้มกระอักกระอ่วนและอธิบายว่า “ครึ่งชั่วยามก่อนมีสาวใช้มาแจ้งแล้ว”
ครึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้หรือ
แล้วทำไมนางเพิ่งมารู้เอาป่านนี้
“รีบไปสิ มัวยืนบื้ออะไรอยู่ เดี๋ยวก็โดนท่านประมุขตำหนิหรอก” ซู่ซินสบถแล้วหันไปก้าวเดินฉับๆ
ดวงตาของเจียงหลีหรี่ลงและนางรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับซู่ซิน
“เจ้ารีบล้างหน้าสิ มาข้าช่วยเจ้าเอง” ชิงหว่านดึงแขนเสื้อเจียงหลีแล้วกระซิบ
“เจ้าไม่กลัวไปสายรึ” เจียงหลีถามนางอย่างสงสัย
ชิงหว่านพยักหน้า