อย่างจริงใจ “กลัว แต่ถ้าเราสองคนไปสายพร้อมกัน หากท่านประมุขจะลงโทษ โทษก็คงเบาลงมาหน่อย”
เจียงหลีถูกนางผลักเข้าไปในห้องด้วยความรู้สึกงงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าชิงหว่านไม่ต้องรอนางก็ได้ ตัวเองจะได้ไม่ต้องไปสาย
“ทำไมสาวใช้ถึงไม่มาเคาะห้องข้า” เจียงหลีเอ่ยถาม
ชิงหว่านยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ก้มหน้าและพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “ถูกซู่ซินขวางเอาไว้”
ที่แท้ก็เป็นนางนี่เอง!
แสงเย็นเยียบวูบวาบไปทั่วดวงตาของเจียงหลี หลังจากเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว เจียงหลีและชิงหว่านก็มุ่งหน้าไปยังวิหารหลวงซึ่งเป็นที่ประทับของประมุขสำนักพรตเสวียนหมิง
เมื่อมาถึงวิหารหลวงก็พบว่าซู่ซินยืนอยู่ในนั้นแล้ว เมื่อเห็นทั้งสองจูงมือกันเข้ามาดวงตาของนางก็เป็นประกายเยือกเย็นแล้วสบถออกมา
เจียงหลีเลิกสนใจนางชั่วคราว นางช้อนสายตามองที่ประทับของท่านประมุขในวิหารหลวง
อืม ยังดีที่ประมุขยังมาไม่ถึง พวกนางก็ไม่ถือว่ามาสาย
พวกนางทั้งสามยืนกลางวิหารหลวง ผ่านไปครู่หนึ่งสีหน้าของเจียงหลีก็ผ่อนคลายลง แต่สีหน้าของซู่ซินกลับดูย่ำแย่ แม้กระทั่งกับชิงหว่านยังเย็นชาเรียบนิ่งมากขึ้น
เจียงหลีหัวเราะไร้เสียงอย่างเย็นชา เกรงว่าซู่ซินคนนี้คงแกล้งพวกนางไม่ได้ผลจึงได้รู้สึกไม่พอใจเยี่ยงนี้
แน่นอน นางไม่พอใจแต่เจียงหลีพอใจเป็นอย่างยิ่ง
เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามา ทั้งสามคนจึงเก็บซ่อนความคิดแล้วเงยหน้ามองขึ้นไป
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นแป้งปรากฏต่อหน้าของเจียงหลีอีกค