ยงนี้ ต่อให้เรียกร้องสิ่งใดเกินเลยออกมาแท้จริง เขาเองก็ไม่มีทางปฏิเสธได้อยู่ดี
หากแต่ท่าทีของลวี่หยางกลับไม่มีวันเปลี่ยน
ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า ความรู้สึกที่ได้รับความเคารพเช่นนี้ ทำให้บรรพชนถิงโยวรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ลวี่หยางยังคงยึดมั่นถือมั่นในความคิดที่จะฟื้นฟูวิถีอสูรวิญญาณไว้ในใจเสมอมา
เช่นนี้…จักเรียกว่าอะไรเล่า?
“จิตใจที่บริสุทธิ์!”
บรรพชนถิงโยวถอนใจเบาๆ หนึ่งครา จากนั้นจึงยื่นมือประคองลวี่หยางลุกขึ้นด้วยตนเอง เอ่ยว่า “ยันต์เทพธูปเทียนนั้น ข้าได้ช่วยเจ้าทดลองแล้ว จุดดีจุดด้อย ล้วนสำรวจทะลุปรุโปร่งทั้งหมดแล้ว”
สมแล้วที่เป็นบรรพชน!
“ไม่ทราบว่าพลังเทพธูปเทียนนี้ มีข้อดีข้อด้อยเช่นไร?”
เอ่ยมาถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็พลันนึกถึงความรู้มากมายแต่ก่อนข้ามภพ อดไม่ได้จึงกล่าวว่า “หรือว่าธูปเทียนนี้มีพิษ ใช้ไปแล้วจะมีเงื่อนภัยอันใหญ่หลวง?”
“ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น” บรรพชนถิงโยวส่ายหน้าเบาๆ “หรือจะว่าไป เดิมทีมันก็มีแนวโน้มจะวิวัฒน์ไปทางนั้น เพียงแต่มีผู้บิดเบือนทิศทางไว้ด้วยกำลัง”
ถ้อยคำนี้ตกลง ลวี่หยางก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ แต่ไม่นานนักก็เข้าใจได้ทันที
“จริงด้วย…ในเมื่อหงยวิ๋นมองโลกนี้เป็นที่ถอยสุดท้าย แล้วจะยอมให้สิ่งอันตรายอย่างธูปเทียนมีพิษวิวัฒน์ออกมาอย่างเปิดเผยได้อย่างไรกัน?”
“ข้อดีของพลังเทพธูปเทียนนั้นง่ายดายยิ่ง” บรรพชนถิงโยวอธิบายต่อ “ข้อแรกคือฐานต่ำสูง แม้ผู้ที