่อ่อนที่สุดก็อยู่ในระดับวิชาเทพขั้นรวมลมปราณ ข้อที่สองคือก้าวหน้าเร็ว เพียงพลังธูปเทียนเพียงพอ ก็ไม่มีผนึก ไม่มีด่านทัณฑ์ อาจไต่ขึ้นถึงวางรากฐานสมบูรณ์ได้โดยตรง!”
เพียงสองข้อนี้ ก็เรียกได้ว่าเกินจริงแล้ว
ทว่าลวี่หยางกลับมิได้เผยสีหน้าแม้แต่น้อย เพราะในใต้หล้าไม่มีของดีใดได้เปล่า คุณสมบัติของเทพธูปเทียนยิ่งสูงเท่าใด ก็ยิ่งหมายความว่าต้องมีข้อด้อยมหันต์แฝงอยู่ด้วยเท่านั้นเอง
“แต่ทว่า…”
ไม่ผิดจากที่คาด เพียงวินาทีถัดมา บรรพชนถิงโยวก็เปลี่ยนทิศถ้อยคำทันที “ข้อด้อยของมันนั้น ส่วนใหญ่ข้าสามารถจัดการได้ เว้นแต่เพียงสองประการเท่านั้นที่เป็นปัญหาโดยกำเนิด”
“ประการแรก…คือรากฐานแห่งมรรคผล”
บรรพชนถิงโยวเอ่ยเสียงขรึม “เทพธูปเทียน แม้จะมีตำแหน่งมรรคผล แต่โดยเนื้อแท้หาใช่ผู้บ่มเพาะตนเองไม่ อีกทั้งยังไร้ซึ่งรากฐานแห่งมรรคผล ตำแหน่งมรรคผลนั้น ได้มาจากการผลักดันของธูปเทียนทั้งสิ้น”
“หากธูปเทียนจางหาย…ผู้นั้นก็จะร่วงหล่นลง”
“ยามนั้น…ผู้ที่ยืนสูงเพียงใด ก็จะตกกระแทกแรงเพียงนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าที่เมืองหลวง หากไร้ซึ่งธูปเทียน ก็แทบจะสิ้นชีพในทันที!”
ข้อนี้คล้ายคลึงกับเจินจวินที่ได้รับการค้ำจุนจากผู้วางรากฐาน
หากแต่แตกต่างตรงที่ เจินจวินนั้นมีถ้ำสวรรค์ ถึงแม้ผู้วางรากฐานทั้งหมดจะพินาศไป พวกเขาก็เพียงแต่ซ่อนตนไปพร้อมกับตำแหน่งมรรคผล หาได้รับอันตรายอันใดไม่
แต่เทพธูปเทียน…หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ หากประ