หลิวหลีอย่างนั้นหรือ
เจ้าเปี๊ยกที่ได้ยินคำสุดท้ายสองคำก็เงยหน้าขึ้นมองนางด้วยสีหน้างุนงง หลิวหลีอะไร
เจียงหลีมองไปที่ดวงตาลูกแก้ววาวใสของมันก็คิดว่าชื่อที่ตัวเองตั้งให้ชื่อนี้ใกล้เคียงกับมันมาก “หลิวหลี เจ้าชอบชื่อนี้ที่ข้าตั้งให้หรือไม่ หากเจ้าชอบส่งเสียงร้องให้พี่สาวได้ยินสักหน่อย ข้ายังไม่เคยได้ยินเสียงร้องของเจ้าเลยนะ”
“…”
จนถึงตอนนี้เจ้าเปี๊ยกพึ่งจะรู้ว่า ‘หลิวหลี’ คือชื่อใหม่ของมัน
ส่วนเรื่องเสียงร้อง…
มันสามารถสัญญากับเจียงหลีได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องนี้มันยอมไม่ได้เด็ดขาด
“ทำไมไม่ร้องล่ะ” เจียงหลีอุ้มมันแกว่งไปแกว่งมา นางขมวดคิ้ว “เจ้าไม่ชอบชื่อนี้หรอกหรือ”
เขาสามารถตอบว่าไม่ชอบได้ด้วยหรือ เจ้าก้อนขนประท้วงในใจแต่รู้แก่ใจดีว่าการประท้วงเช่นนี้ไม่มีผล
จริงดังว่า ไม่ต้องรอให้มันแสดงอาการประท้วงอะไร เจียงหลีก็เอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจเสียก่อน “ต่อให้เจ้าไม่ชอบ ข้าก็จะเรียกเจ้าเยี่ยงนี้ล่ะ”
หูแหลมๆ ของเจ้าเปี๊ยกสั่นไหวราวกับยอมรับชะตากรรมก็ยิ่งทำให้เจียงหลีพอใจมากยิ่งขึ้น
“เจ้าช่างน่ารักจริงๆ เลย!” เจียงหลีจูบกระหม่อมของมันอย่างอดใจไม่ไหว แต่ยังคงรู้สึกว่ายังแสดงความสุขจากข้างในใจมากไม่พอ เจียงหลีจึงอุ้มมันขึ้นมาแล้วจูบเบาๆ ที่จมูกของมัน
“…” ผิวหนังของเจ้าก้อนขนเริ่มร้อนลวก
ในดวงตาที่วาววับนั้นมีเปลวไฟที่ลุกโชนซ่อนอยู่ราวกับว่าเขาต้องการที่จะกลืนหญิงสาวตรงหน้าลงท้องเข้าไปในคำเดียว