ร่างของเจียงหลีถูกสะบัดขึ้นกลางอากาศ โชคดีที่หนานอู๋เฮิ่นคว้าข้อมือข้างหนึ่งของนางเอาไว้ทันท่วงที
แต่ทว่าเรือสมุทรกลับโคลงเคลงอย่างรุนแรง แม้กระทั่งหนานอู๋เฮิ่นเองยังประคองร่างให้มั่นคงยังลำบาก แล้วจะให้เขาจับเจียงหลีให้มั่นได้อีกหรือ
ข้อมือข้างขวาของเจียงหลีสั่นไหว จากนั้นจูเสียก็ปรากฏออกมากลายเป็นแส้ยาวสีม่วงอยู่ภายในเงื้อมมือของนาง เมื่อนางเหวี่ยงแส้ไปข้างหลัง แส้เส้นยาวก็เกี่ยวพันเข้ากับเสากระโดงเรือ
เมื่อเห็นว่าเจียงหลีมั่นคงดีแล้วหนานอู๋เฮิ่นจึงปล่อยมือและมือทั้งสองข้างกลายเป็นกรงเล็บคมยึดด้านข้างของเรือและเดินไปที่ห้องโดยสารทีละก้าว “รีบปล่อยพลังวิญญาณออกมาเร็วเข้า เพิ่มน้ำหนักของตัวเรือ พยายามทำให้มันคงที่”
เจียงหลีเม้มริมฝีปากและพยักหน้า ยากักที่จะเห็นสีหน้าเคร่งขรึมบนใบหน้าสวยยั่วเย้า
บนเรือลำนี้มีเพียงพวกเขาสองคน การเดินทางปกติจะอาศัยเข็มทิศนำทางและยังมีหินวิญญาณที่ใช้แล่นได้ด้วยตนเองอีกด้วย แล้วสถานการณ์ในตอนนี้เรือเดินสมุทรถูกคลื่นใหญ่ซัดเสียจนออกจากเส้นทางเดินเรือ แน่นอนว่าต้องเป็นหนานอู๋เฮิ่นที่ถือหางเสือให้เรือกลับเข้ามาในเส้นทางดังเดิมด้วยตัวเอง
เจียงหลีตกลงไปบนดาดฟ้าของเรือ แสงสีทองพร่างพราวไปทั่วทั้งร่างของนาง ราวกับดาวตกลงไปในทะเลก็มิปานที่ส่องสกาวเด่นชัดบนผืนทะเล
นางสวมเกราะเสวียนกังเอาไว้บนร่าง พลังวิญญาณกระจายไปทั่วทั้งเรือเพื่อเพิ่มน้ำหนักของตัวเรือ แต่ทว่าก