“วานรกลืนเวหา วิญญาณยุทธ์ประเภทที่หนึ่ง ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ นะ” เจียงหลีพูดด้วยรอยยิ้ม
หนานอู๋เฮิ่นยิ้มแล้วพูดว่า “ใต้เท้าทั้งสามเสียเวลาไปเยอะมาก เพื่อเสาะหาวิญญาณยุทธ์ที่เหมาะสมกับเจ้าที่สุด ถึงขนาดบอกความจริงออกมา”
เจียงหลีเงียบกริบ
นางรู้ว่าตัวเองฝึกฝนพลังสามประเภท ทุกครั้งที่หลอมรวมเข้ากับวิญญาณยุทธ์ก็ล้วนแต่ต้องมีเงื่อนไขสำหรับคุณสมบัติและความแข็งแกร่งของวิญญาณยุทธ์ มีเพียงวิธีนี้ ถึงจะสามารถเทียบเท่ากับคนที่ฝึกฝนพลังประเภทเดียวได้
ดังนั้น วานรกลืนเวหาคือวิญญาณยุทธ์ประเภทที่หนึ่ง แล้วยังถูกจัดอันดับเป็นปีศาจสมัยโบราณกาลที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสองที่ยังมีอยู่
“สามยอดปราชญ์ลำบากแย่” เจียงหลีพูดด้วยใบหน้ายิ้มตาหยี
ถ้าหากเป็นคนธรรมดาทั่วไป คงจะถูกรอยยิ้มนี้ของนางหลอกได้ แต่หนานอู๋เฮิ่นรู้จักนางเป็นอย่างดี ก็เลยมองบนใส่นางทันที แล้วพูดอย่างเยาะเย้ยว่า “อย่ามาเสแสร้ง เจ้าพูดอยู่ตรงนี้ ข้าก็เอาไปบอกพวกเขาไม่ได้”
“ข้าพูดด้วยความจริงใจนะ” เจียงหลีกระพริบตาอย่างไร้เดียงสา
“เหอะๆ” หนานอู๋เฮิ่นยิ้มเยาะใส่นาง
เจียงหลียกมือขึ้นมาปิดปากแล้วกระแอมสองที “อ่ะแฮ่มๆ” คำขอบคุณของนางนั้นไม่มีความจริงใจเลยจริงๆ
“ท่านอาจารย์หนาน ถ้าหากว่าท่านไม่ง่วงก็เล่าเรื่องซีฮวงให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่ว่ามันเป็นอย่างไร” เจียงหลีเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วมองหนานอู๋เฮิ่นด้วยความอยากรู้
นางรู้ว่าหนานอู๋เฮิ่นไม่ใช่คนหนาน