เลือกไปซีฮวงก็มีไป๋หลี่เฟิ่งอยู่ในนั้นด้วย” หนานอู๋เฮิ่นพูด
“ไป๋หลี่เฟิ่งหรือเจ้าคะ” เจียงหลีนึกชื่อนี้อยู่ครู่หนึ่งถึงนึกออกว่าคนๆ นี้เป็นใคร
ชายผู้สันโดษที่มีแววตาเย่อหยิ่งคนนั้นก็ปรากฏอยู่ตรงหน้านาง
“นึกออกแล้วรึยัง เจ้ามีเรื่องให้ต้องจัดการเยอะจะลืมก็ไม่แปลก เพียงแต่ว่าตั้งแต่หลังจากที่เขาพ่ายแพ้ให้กับเจ้า เขาก็ฝึกฝนอย่างหนักมาตลอด ในระหว่างที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับเรื่องต่างๆ เขาก็พัฒนาไปไม่น้อย มิฉะนั้นเขาคงไม่สะสมคะแนนแล้วได้รับเลือกไวขนาดนี้” หนานอู๋เฮิ่นพูด
“อืม” เจียงหลีตอบกลับอย่างเย็นชา
หนานอู๋เฮิ่นยิ้มแล้วพูดว่า “พอให้เจ้าไปถึงดินแดนตะวันตกซีฮวง ไม่แน่ว่าพวกเจ้าอาจจะได้พบกัน ข้านี่ตั้งตารอเลย ถึงตอนนั้นเจ้ายังจะสามารถเอาชนะเขาได้อยู่หรือไม่”
“ผู้แพ้ก็คือผู้แพ้ ถึงแม้ว่าข้าจะไปซีฮวงช้าสักสองสามปี เขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้” เจียงหลีพูดอย่างอวดดี
“มีความมั่นใจถือเป็นเรื่องดี!” หนานอู๋เฮิ่นหัวเราะเสียงดัง
หนานอู๋เฮิ่นพูดถึงไป๋หลี่เฟิ่งขึ้นมา กลับทำให้เจียงหลีนึกถึงอีกสามคนขึ้นมา คนแรกก็คือคุณชายรองฉินที่ในตอนนั้นยังสวมเสื้อผ้าที่สูงศักดิ์ ชุดสีแดงที่แสบตาของเขายังทำให้นางรู้สึกดีหน่อย แล้วก็มู่หว่านโหรวและมู่ชิงเหยียนที่หายไปตั้งแต่หลังจากที่ราชวงศ์โฮ่วจิ้นล่มสลาย ทั้งสามคนก็เหมือนกับหรงจิ่งเป็นยอดอัจฉริยะสิบอันดับแรกของเมืองแต่ก็มีโชคชะตาที่ต่างกัน ต่างคนต่างเดินไป