ราวกับคนธรรมดา ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะเป็นหลิงจงและเนี่ยนจง
“เจียงหลีขอคารวะท่านอาวุโสทั้งสาม” เจียงหลีก้มหน้าแล้วพูด
“ฝ่าบาทเป็นทางการเกินไปแล้ว เชิญนั่งเถิดพ่ะย่ะค่ะ” คนแก่หนึ่งในนั้นยิ้มให้กับเจียงหลีอย่างอ่อนโยน
เจียงหลีนั่งลงบนเบาะนั่งทรงกลมตรงหน้าพวกเขาตามที่บอก
ในห้องมีเพียงแค่เบาะนั่งทรงกลมเตรียมไว้ เจียงหลีเงยหน้ามองหนานอู๋เฮิ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ เขากลับยิ้มแล้วพูดว่า “ข้าน้อยจะรอรับคำสั่งจากใต้เท้าทั้งสามอยู่ด้านนอก”
พูดจบ เขาก็ทำความเคารพอีกครั้ง โค้งตัวแล้วออกจากห้องไป
ตอนนี้เจียงหลีรู้แล้วว่าสามยอดปราชญ์มีเรื่องจะคุยกับนางตามลำพัง
“ฝ่าบาท”
“ท่านอาวุโสเรียกข้าเจียงหลีก็พอแล้ว” เจียงหลีพูดแทรกเขาขึ้นมา
หนึ่งในสามยอดปราชญ์ยิ้มออกมาแล้วพูดตามที่นางบอก “อืม พวกเรานอบน้อมก็สู้ทำตามคำสั่งไม่ได้ เจียงหลี เจ้าก็รู้ว่าที่เจ้าต้องไปซีฮวงช้าไปสามปีนั้นหมายความว่าอย่างไร”
“ท่านผู้อาวุโสทั้งสามกลัวว่าข้าจะฝึกฝนล่าช้าหรือ” เจียงหลีถามหยั่งเชิง
สามยอดปราชญ์ที่นั่งอยู่ทางซ้ายพูดว่า “เจ้าก็น่าจะรู้ว่าทำไมขั้นพลังที่มากที่สุดในซีฮวงคือขั้นหลิงจง”
เจียงหลีเม้มปากรับรู้ได้ว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายนัก
“เพราะว่าถ้าเจ้าฝึกฝนในหนานฮวง ไม่ว่าพรสวรรค์ของเจ้าจะพิเศษอย่างไรก็ไปถึงได้แค่ขั้นหลิงจง” สามยอดปราชญ์ที่อยู่ฝั่งขวาพูดขึ้น
เจียงหลีเบิกตาโต พูดด้วยความแปลกใจว่า “เพราะอะไรล่ะเจ้าคะ เพราะว่ามีอุปสรรคที่