ถามว่ามีพี่สะใภ้ที่เผด็จการ แล้วรู้สึกอย่างไร
คำตอบของลู่เสวียนคือ จะบ้าตาย!
ภายใต้สายตาที่จ้องเขม็งของเจียงหลี เขาไปหาฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรวด้วยความหมดอาลัยตายอยาก เพื่อแสดง ‘ความรักใคร่ชื่นชอบ’ ที่มีต่อเหวินเหรินชิ่งชิ่งด้วยตัวเอง และปรารถนาจะแต่งงานกับนาง
สำหรับเรื่องนี้ เป่ยเหมินเวยกลับไม่ได้แปลกใจอะไร ถึงอย่างไรในองค์หญิงทั้งสามพระองค์ ก็มีแต่เหวินเหรินชิ่งชิ่งที่ใกล้ชิดกับลู่เสวียนมากที่สุด ส่วนอีกสองพระองค์ ลู่เสวียนแทบไม่เคยเห็นพวกนางเลย
ด้วยความที่ลู่เสวียนพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเอง ก็เป็นธรรมดาที่เป่ยเหมินเวยต้องดีใจ แต่ว่าเขาพูดมาประโยคหนึ่ง ต้องถามความเห็นของเหวินเหรินชิ่งชิ่ง
ในตอนที่เรื่องรู้ไปถึงตำหนักของเหวินเหรินชิ่งชิ่ง นางรู้สึกสับสน แต่สุดท้ายก็แสดงท่าทีตอบรับการแต่งงานในครั้งนี้
“ฮ่าๆๆ ลูกเขย เจ้าจะต้องภูมิใจกับการตัดสินใจของเจ้าในวันนี้” ทันใดนั้นเป่ยเหมินเวยก็อารมณ์ดีขึ้นมาก
“เหอะๆ” ลู่เสวียนยิ้มแห้ง
เป่ยเหมินเวยหุบยิ้ม แล้วตบไหล่เขาอย่างแรง พูดกำชับว่า “ดูแลชิ่งชิ่งให้ดี ถ้าทำให้นางอึดอัดใจ ข้าไม่มีทางยกโทษให้เจ้าแน่”
“…” ลู่เสวียนเงยหน้ามองเขา ขณะนั้นไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร
ไม่ว่าที่ผ่านมาฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรวจะเคยทำอะไรไว้ แล้วก็ไม่ว่าตอนนี้เขาจะวางแผนอะไรไว้ อย่างน้อยความรู้สึกที่เขามีให้เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็เป็นของจริง
“ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ภายใต้การจ้องมองของเขา ลู่เ