สวียนพยักหน้า
“ดี! ข้าเชื่อเจ้า” เป่ยเหมินเวยยิ้ม แต่เขาเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วถามขึ้นมาอีกว่า “หลังจากกลับไปแล้ว เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร”
มาแล้ว!
ลู่เสวียนกะพริบตา แล้วทำท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตน “ฝ่าบาทได้โปรดชี้แนะ”
แววตาที่ชั่วร้ายของเป่ยเหมินเวยเปล่งประกาย แล้วพูดกับลู่เสวียนว่า “หลังจากกลับไปแล้ว เจ้าก็ต้องยังแกล้งทำเป็นจงรักภักดีต่อจักรพรรดินี ทำให้นางเชื่อใจเจ้า แล้วแอบติดต่อกับคนเก่าแก่ของตระกูลลู่ ข้าคิดว่าส่วนมากพวกเขาคงไม่ยอมลดเกียรติอยู่ใต้เท้าของผู้หญิง เจ้าคือเลือดเนื้อของตระกูลลู่ พวกเขายิ่งต้องยอมสนับสนุนเจ้า”
“หลังจากนั้นล่ะ” ลู่เสวียนถามด้วย ‘ความใสซื่อ’
“งานแต่งงานของเจ้ากับชิ่งชิ่งถือเป็นข้ออ้างที่ไม่เลว ในคนที่ส่งเจ้าสาว ข้าจะส่งคนที่พิเศษหน่อยไปช่วยเจ้า”
หึ สายสืบอย่างนั้นหรือ
ลู่เสวียนยิ้มเยาะในใจ แต่กลับยังทำท่าทางฮึกเหิม
เป่ยเหมินเวยเห็นสีหน้าของเขา พอใจเป็นอย่างมาก “เจ้าทำแบบนี้ไปก่อน หลังจากรอโอกาสที่เหมาะสม เจ้าก็จะชิงบัลลังก์ของนางมาได้ ข้าจะส่งกองทัพใหญ่จากทางนี้ไปช่วยเจ้า ไม่ว่านางจะทำอย่างไร ก็ไม่มีทางทำอะไรได้”
“ขอรับ ข้าทราบแล้ว หลังจากที่ทำสำเร็จ ฝ่าบาทอย่าลืมสัญญาที่ว่าจะให้ของแก่ข้า” ลู่เสวียนเผยสีหน้า ‘โลภ’ ออกมา
“วางใจได้” เป่ยเหมินเวยยิ้มเพื่อปลอบโยน
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้” ลู่เสวียนลุกขึ้นยืน แล้วพูดกับเป่ยเหมินเวยว่า “อีกไม่กี่วัน ข้าก็จะเ