ดินทางกลับแล้ว อยู่นานไป ข้ากลัวว่านางจะสงสัย”
“อืม ไม่เลว” เป่ยเหมินเวยไม่ได้คิดอะไรมาก พยักหน้าตอบรับ
“ส่วนนางกำนัลของข้าที่ถูกตระกูลไป๋เซี่ยงข่มขู่จนไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร หวังว่านางจะกลับแคว้นไปอย่างปลอดภัย ถ้าหากยังอยู่ในเป่ยโหรว ฝ่าบาทได้โปรดแอบช่วยข้าสืบด้วย แล้วช่วยชีวิตนางไว้” ลู่เสวียนขอร้องด้วยความจริงใจ
“ได้” เป่ยเหมินเวยตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ลู่เสวียนจากไปอย่างพึงพอใจ หลังจากรอให้เขาจากไป เป่ยเหมินเจวี๋ยเดินออกมาจากข้างหลัง แล้วยืนอยู่ข้างหลังเป่ยเหมินเวย
“เสด็จพี่ เชื่อเขาได้จริงๆ หรือ” เป่ยเหมินเจวี๋ยถาม
เป่ยเหมินเวยยิ้มเยาะ “ในโลกนี้ มีชายใดบ้างที่ไม่ใฝ่หาอำนาจ แล้วมีชายใดบ้างยอมอยู่ใต้อาณัติของผู้หญิง”
เป่ยเหมินเจวี๋ยพยักหน้า แท้จริงเป็นเช่นนี้
“แล้วนางกำนัลคนนั้น” เขาถามอีก
เป่ยเหมินเวยขมวดคิ้ว “ตระกูลไป๋เซี่ยงนับวันยิ่งกำเริบเสิบสาน ข้าดูพวกมันจ้องบัลลังก์ของข้ามานานแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ต้องสู้กับพวกมันสักตั้ง ทำให้พวกมันรู้ว่าทำไมฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรวถึงแซ่เป่ยเหมิน ไม่ใช่ไป๋เซี่ยง! ส่วนนางกำนัลคนนั้น ลู่เสวียนมีความรู้สึกที่ลึกซึ้งต่อนาง ใกล้จะไปแล้ว ก็ยังไม่ลืมความปลอดภัยของนาง ผู้หญิงเยี่ยงนี้ ถ้าหากปล่อยไว้ เกรงว่าในอนาคตจะเป็นภัยต่อชิ่งชิ่ง ตระกูลไป๋เซี่ยงฆ่านางได้จะดีที่สุด ถ้าหากถูกพวกเราพบ ก็ฆ่านางซะ แล้วก็บอกลู่เสวียนว่าพวกเราช้าไปก้าวเดีย