ว ช่วยชีวิตนางไว้จากเงื้อมมือของตระกูลไป๋เซี่ยงไม่ได้”
เป่ยเหมินเจวี๋ยพยักหน้าอย่างเงียบๆ
ในที่สุดขบวนคณะทูตของราชวงศ์จยาเซียนก็เดินทางกลับ
จำนวนคนที่กลับไปไม่ต่างจากตอนมาเท่าไหร่ เพียงอย่างเดียวที่ต่างออกไปก็คือคณะขุนนางของเป่ยโหรวในตอนนั้น ได้กลายเป็นคณะส่งตัวเจ้าสาวขององค์หญิง
ขบวนเสด็จขององค์หญิงที่เหมือนดั่งคลื่นมหาชน ขบวนทรัพย์สินขององค์หญิงยาวเหยียดไม่ขาดสาย แล้วยังมีข้าทาสที่ติดตามไปอีกนับร้อย ทำให้ตอนไปครึกครื้นกว่าตอนมาเป็นอย่างมาก
ในตอนที่เดินทางออกจากชิ่งตู เหวินเหรินชิ่งชิ่งยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง แล้วหันไปมองประตูเมือง ในที่สุดความสับสนในแววตาก็เปลี่ยนเป็นการตัดขาด
ตามที่เจียงหลีพูด ตั้งแต่วันที่นางออกไปจากที่นี่ จะไม่ติดต่อกับแผ่นดินนี้และคนทุกคนในแคว้นนี้อีก
โชคชะตาของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวกับนาง
ขบวนที่ยาวเหยียด ในระหว่างทางกลับที่แสนยาวไกล เดินทางมาได้เดือนกว่าๆ ตอนนี้เดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว เหวินเหรินชิ่งชิ่งกลับค้นพบว่า ‘เซ่าจวิน’ หายไปแล้ว
ไม่เห็นร่างนางปรากฏในขบวนอีก เจวียนเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ นาง ก็คือเจวียนเอ๋อร์ตัวจริง
มีความสงสัย แต่นางไม่ได้ถามอะไรมาก เพียงแค่รอให้ไปถึงแคว้นนั้นที่นางไม่รู้จักมาก่อน นางก็จะรู้ว่าเซ่าจวินคือใครกันแน่
เจียงหลีที่หายไปจากขบวนอย่างเงียบๆ ไปทางลัดกับเงาตนหนึ่ง ทั้งสองแต่งตัวเรียบง่าย ก็เป็นธรรมดาที่ความเร็วจะไวกว่าขบ