ความกล้ำกลืนในใจของไป๋เซี่ยงไท่ แต่ก็ไม่กล้าตอบโต้ ทำได้เพียงยอมรับเรื่องราวทั้งหมดอย่างเงียบๆ
ไป๋เซี่ยงกงชี้หน้าด่าเขา “เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้เจ้าทำให้ข้าขายขี้หน้าต่อหน้าเป่ยเหมินเวยมากแค่ไหน เรื่องที่เจ้าทำลงไปในวันนี้ สามารถไล่เจ้าออกจากตระกูลยังได้!”
ไป๋เซี่ยงไท่ก้มหน้าให้เขาด่าตามสบาย
รอให้ไป๋เซี่ยงกงอารมณ์เย็นลงหน่อย ไป๋เซี่ยงไท่ถึงจะกล้าเงยหน้าที่บวมแดงขึ้นมา พูดด้วยนำเสียงแน่วแน่ว่า “ท่านประมุข ข้าเห็นนางเข้าไปในวังจริงๆ นะขอรับ ราชสำนักต้องปกป้องนางอยู่อย่างแน่นอน ข้าสาบานได้ ถ้าหากว่าข้าพูดโกหกแม้แต่คำเดียว ขอให้ข้าไม่ตายดี!”
“เหอะ เช่นนั้นก็ดี เจ้าบอกข้ามาว่าเหตุผลที่เป่ยเหมินเวยปกป้องนางกำนัลคนนั้นคืออะไร พวกเขาทำเช่นนี้ แล้วจะได้ประโยชน์อันใด” ไป๋เซี่ยงกงยิ้มเยาะ
ไป๋เซี่ยงไท่เผยสีหน้าที่ดูแย่ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าทำไมราชสำนักถึงต้องปกป้องศัตรูของตระกูลไป๋เซี่ยง แต่ว่าเหตุการณ์ในตอนนี้ ถ้าเขาไม่พูดเหตุผลออกมา ไป๋เซี่ยงกงคงจะไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ
คิดไตร่ตรองอย่างรวดเร็ว แล้วไป๋เซี่ยงไท่ถึงพูดว่า “อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาต้องการเอาใจหยวนหวัง พวกเราก็รู้กันดีว่าทำไมเป่ยเหมินเวยถึงเอาลู่เสวียนเป็นลูกเขย หรือราชสำนักอาจจะเห็นแก่ของที่ทาสสาวคนนั้นเอามาจากสุสานโบราณ หรืออีกประการหนึ่งก็คือพวกเขาก็อาจจะตั้งใจมุ่งเป้ามาที่ตระกูลไป๋เซี่ยง ต้องการตัดกำลังของตระกูลไป๋เซี่ยง โดยทำอะไร