สักอย่างผ่านเรื่องนี้”
แววตาของไป๋เซี่ยงกงวาวโรจน์ เหตุผลเหล่านี้ที่ไป๋เซี่ยงไท่พูดมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานสนับสนุน แต่กลับทำให้เขาแน่ใจได้เรื่องหนึ่งก็คือราชสำนักต้องการจะจัดการกับตระกูลไป๋เซี่ยงแล้ว!
ยังไม่ต้องพูดเรื่องของนางกำนัลคนนั้น ไฟไหม้เมื่อคืนนี้ ก็คือหลักฐานที่แท้จริง!
“ไปซะ” ไป๋เซี่ยงกงพูดเสียงเข้ม
“ท่านประมุข แล้วที่นี่” ไป๋เซี่ยงไท่ถามหยั่งเชิง
ไป๋เซี่ยงกงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วออกคำสั่ง “ส่งคนไปเฝ้าทางเข้าออกทุกทางของพระราชวัง ถ้าหากเจอเบาะแสของนางกำนัลคนนั้นให้รีบมารายงานทันที แล้วก็ทำอย่างลับๆ อย่าให้ราชสำนักรู้ตัว”
“เข้าใจแล้วขอรับ” ไป๋เซี่ยงไท่แววตาเปล่งประกาย รู้สึกโล่งอก อย่างน้อยตอนนี้ไป๋เซี่ยงกงก็ไม่ซักถามเรื่องนี้แล้ว
ณ พระราชวัง ในตำหนักของเหวินเหรินชิ่งชิ่ง เป่ยเหมินเวยและลู่เสวียนยังไม่ออกไป
หลังจากที่เก็บความเกลียดแค้นที่มีต่อตระกูลไป๋เซี่ยงเอาไว้ลึกๆ ในใจ เป่ยเหมินเวยถึงหันกลับมาพูดกับเหวินเหรินชิ่งชิ่งด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม “ชิ่งชิ่ง วันนี้ทำให้เจ้าต้องอึดอัดเสียแล้ว”
“ฝ่าบาทพูดเกินไปแล้วเพคะ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดอย่างช้าๆ
เจียงหลีที่ยืนอยู่ข้างหลังนางเงยหน้าขึ้นมามองนางด้วยความสงสัย แล้วก็ก้มหน้าลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเหวินเหรินชิ่งชิ่งและเป่ยเหมินเวยเป็นอะไรที่พูดยาก
ฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรวมีความรักใคร่เอ็นดูต่อเหว