ากกระตุก ที่จริงนางไม่ได้เมื่อยจริงๆ ตอนที่ยืนอยู่นอกประตู นางกำลังคิดเรื่องต่างๆ เวลาผ่านไปไวมาก
เพียงแต่ ในเมื่อเหวินเหรินชิ่งชิ่งเชิญแล้ว นางก็ไม่ปฏิเสธ
เจียงหลีเลิกคิด นางเดินเข้ามาในห้อง แล้วปิดประตู
“นั่งสิ ไม่ต้องเกรงใจ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งยังคงมองไปนอกหน้าต่าง ทางนั้นไม่ได้มีทิวทัศน์ที่สวยงามอะไรเลย ก็ไม่รู้ว่ามีอะไรทำให้นางชอบเช่นนี้
เจียงหลีนั่งลงตามที่บอก ไม่ได้พูดอะไร
“เซ่าจวิน” จู่ๆ เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็เรียกนาง
เจียงหลีเงยหน้าขึ้นมามองนางจากด้านข้าง “มีเรื่องจะพูดกับข้าหรือ”
เหวินเหรินชิ่งชิ่งยิ้มออกมา เพียงแต่ว่ารอยยิ้มมีความฝืน “ข้าไม่รู้ว่าแท้ที่จริงเจ้าเป็นใคร แต่น่าจะเป็นคนที่ไม่ธรรมดาและเก่งกาจมากแน่เลย แต่ไม่รู้ก็ดีเหมือนกัน พวกเราเพียงแค่พบกันโดยบังเอิญ ไม่ถือว่าคุ้นเคย มีบางเรื่อง ก็คุยกันได้ง่าย”
เจียงหลีเลิกคิ้ว เหมือนว่าความหมายของคำพูดนี้ของนางก็คือ ถึงอย่างไรหลังจากนี้พวกนางก็คงไม่ได้เจอกันอีก มีบางเรื่องที่ไม่สะดวกใจที่จะพูด ก็ไม่กลัวที่จะพูดออกมา
“ท่านพูดมาสิ ข้าจะฟัง” เจียงหลีพูด
เหวินเหรินชิ่งชิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังคิดว่าจะเริ่มพูดอย่างไรดี ผ่านไปครู่หนึ่ง แล้วถึงพูดขึ้นมาอย่างช้าๆ ว่า “ถ้าหากว่าเจ้าสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก โดดเดี่ยวไร้ซึ่งที่พึ่งพา ในตอนที่เจ้าจิตใจหวาดหวั่น เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ก็ถูกเพื่อนของพ่อแม่เอาไปเลี้ยง ให้ทุกอย