ีหน้าเศร้าหมอง ในแววตามีความเศร้าโศก แล้วก็ความสับสน
ก่อนหน้านางไม่ได้เป็นแบบนี้
อะไรที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้ เจียงหลีตั้งใจคิดอย่างละเอียด เหมือนว่าจะตั้งแต่หลังจากที่เป่ยเหมินเวยพูดกับนางเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว อารมณ์ของเหวินเหรินชิ่งชิ่งก็เปลี่ยนไป
“พวกเจ้าลงไปให้หมด ไปทำหน้าที่ของตัวเอง ข้าอยากอยู่คนเดียวสักครู่หนึ่ง ไม่ต้องมารบกวนข้า” เหวินเหรินชิ่งชิ่งออกคำสั่งกับทุกคน แล้วหันตัวกลับเข้าห้องบรรทมไป
เจียงหลีคิดแล้วคิดอีก ตัดสินใจตามขึ้นไปดู
เพียงแต่ นางไม่ได้ตามเข้าไป หลังจากที่ไปถึงด้านข้างประตู ก็หยุดลง เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็บอกแล้วว่าไม่อยากให้ใครรบกวน ถ้าหากว่านางเดินเข้าไปอย่างไม่สนใจคำสั่ง จะไม่ทำให้นางไม่พอใจได้อย่างไร
ถ้าเป็นนาง ถ้าหากมีคนเมินเฉยต่อคำพูดของตัวเอง มาปรากฏตัวในตอนที่ตัวเองต้องการอยู่คนเดียว ความคิดที่นางอยากจะฆ่าคนๆ นั้นก็มีเหมือนกัน
เอาใจเขามาใส่ใจเรา เจียงหลีไม่มีทางเข้าไป นางยืนอยู่ด้านนอกประตู เห็นเหวินเหรินชิ่งชิ่งนั่งอยู่ตรงหน้าหน้าต่างจากด้านหลังพอดี เห็นว่านางไม่เป็นอะไร แค่นี้ก็พอแล้ว
ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้นี่แปลกจริงๆ เจียงหลีพูดในใจ
เวลาผ่านไปไม่รู้นานเท่าไหร่ ฟ้าก็มืดแล้ว ทันใดนั้นเสียงของเหวินเหรินชิ่งชิ่งก็ดังขึ้นมา “เจ้ายืนอยู่ข้างนอกตั้งนานแล้ว ไม่เมื่อยรึ เข้ามาเถอะ”
คำพูดนี้ แน่นอนว่าพูดกับเจียงหลีที่ยืนอยู่ด้านนอกประตู
ฮะ
เจียงหลีมุมป