าเจ้าจะเป็นใคร มีแผนการอะไร ข้าก็ไม่คิดจะยุ่ง การที่ช่วยเหลือเจ้า ก็เพียงเพราะว่าข้าเต็มใจ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งพูด
เจียงหลียิ้ม นางค้นพบว่าเด็กผู้หญิงคนนี้น่ารักขึ้นเรื่อยๆ!
ในตำหนักของฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรว ลู่เสวียนกำลังเล่าจุดประสงค์ของไป๋เซี่ยงถิงที่มาหาตนอย่างละเอียด
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ เพียงแต่นางพูดจาคลุมเครือ แล้วก็การบอกเป็นนัยต่างๆ นางพูดว่าถ้าหากข้ามีสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลไป๋เซี่ยงต่อไปจะเป็นผลดีกับข้า” ลู่เสวียนพูดด้วยใบหน้าที่ไร้ความผิด
เป่ยเหมินเวยได้ฟังก็ยิ้มเยาะ คิดในใจ ได้! ตระกูลไป๋เซี่ยง ข้าดูถูกความทะเยอทะยานของพวกเจ้าไปจริงๆ
“ฝ่าบาท ไป๋เซี่ยงไท่ขอเข้าเฝ้าอยู่นอกวังขอรับ!” ตอนนี้ ทหารที่เข้ามารายงานได้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูแล้ว
ตอนนี้เป่ยเหมินเวยร้อนใจไม่เป็นสุข พอได้ยินว่าไป๋เซี่ยงไท่ขอเข้าเฝ้าอีก ปฏิเสธออกไปอย่างไม่คิดเลยสักนิด “ไม่อนุญาต! ให้เขากลับไป”
ทหารคนนั้นพูดอย่างลำบากใจว่า “ฝ่าบาท ใต้เท้าไป๋เซี่ยงเหมือนจะมีเรื่องด่วน อีกนิดเดียวก็จะบุกเข้าวังมาแล้วขอรับ”
“ปฏิเสธไปแล้ว! ยังกล้าบุกเข้าวังอย่างนั้นรึ” เป่ยเหมินเวยตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน
หัวหน้าองครักษ์ภายในกระซิบ “ฝ่าบาท ให้เขาเข้ามา ดูว่าเขาจะมาไม้ไหน”
เป่ยเหมินเวยสงบลง หลังจากพยักหน้า แล้วถึงให้คนไปบอกให้ไป๋เซี่ยงไท่เข้ามา
ในที่สุดไป๋เซี่ยงไท่ก็ได้เข้าเฝ้าเป่ยเหมินเวยตามที่หวัง แล้วยังได้เจอลู่เสวียนอีก พอน