ยใต้การกดดันของนาง เขาไม่สามารถแม้แต่จะยกมือขึ้น
พลังวิญญาณในร่างกายกลายเป็นแข็งกระด้าง ไม่สามารถเคลื่อนไหวหมุนเวียนได้
“บอกข้ามา ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นในอาณาเขตหลิงอู่” จู่ๆ เจียงหลีก็เอ่ยถามขึ้น แน่นอนว่าเป็นช่วงเวลาหลังจากนางหลอมรวมกับเต่าเสวียนกังแล้วและขาดการรับรู้จากโลกภายนอกว่าเกิดอะไรขึ้น
นางอยู่ในอาณาเขตหลิงอู่นานขนาดนั้นยังไม่เคยเจอลู่เจี้ยเลย ที่ไป๋เซี่ยงเลี่ยเอ่ยถึงเนี่ยนจงอาจจะเป็นลู่เจี้ย แล้วสิ่งใดบีบคั้นให้เขาปรากฏตัวออกมา
อันที่จริงไม่ต้องรอให้ไป๋เซี่ยงเลี่ยเล่าออกมา เจียงหลีก็พอจะคาดเดาได้ นางในตอนนั้น ต้องเป็นสถานการณ์คับขันแน่นอน ลู่เจี้ยถึงได้ปรากฏตัวแล้วสังหารพวกนั้นจนสิ้นซาก
แต่ทว่า คาดเดาก็คือคาดเดา นางยังคงอยากรู้อยู่ดีว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น
“ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วยล่ะ” ไป๋เซี่ยงเลี่ยพูดจาขวานผ่าซาก
“ไม่บอกหรือ” เจียงหลียิ้มเย็นชากระตุกคิ้ว นางขยับนิ้วกรีดกรายราวกับกำลังดีดพิณก็มิปาน พลังวิญญาณละเอียดบางเฉียบราวกับสายพิณพุ่งเข้าใส่ไป๋เซี่ยงเลี่ยโดนตัวเขาอย่างจังจนเกิดเป็นรอยกรีดขาดเส้นละเอียดทอดยาวโค้งดั่งพระจันทร์เสี้ยว
อึก!
ไป๋เซี่ยงเลี่ยร้องด้วยความเจ็บปวดและมองไปที่นางด้วยแววตามืดมน
บาดแผลเพียงเล็กน้อยแต่กลับทำให้เจ็บปวดสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไป๋เซี่ยงเลี่ยมีสีหน้าขาวซีดเหงื่อแตกพลั่กไหลจากหน้าผาก
“บอกมา” เจียงหลีเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
ไป๋เซี่ยงเลี่ยเม้มริมฝีปากแ