น่นสนิทแล้วหัวเราะแปลกๆ ราวกับว่ายิ่งเจียงหลีอยากรู้เขายิ่งไม่เผยออกมา ความสุขจากการแก้แค้นเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกสาแก่ใจยิ่งนัก
เจียงหลีดีดปลายนิ้วอีกครั้งและพลังวิญญาณจำนวนมากก็พุ่งไปหาไป๋เซี่ยงเลี่ยเหมือนเดิม แล้วโดนบาดแผลที่เป็นจุดอ่อนไหวแสนเจ็บปวดที่สุดในร่ากายเขา
ไป๋เซี่ยงเลี่ยกัดฟันเจ็บ สีหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลท่วมเสื้อผ้า เขาจ้องเจียงหลีเขม็ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย “อายุยังน้อย แต่ก็วิธีการทรมานคนไม่น้อยเลยทีเดียว”
เจียงหลียิ้มและรอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าธรรมดาของนางมีเสน่ห์น่าหลงใหล โดยไม่ทันพูดนางก็ประชิดนิ้วทั้งห้าเข้าหากันปล่อยพลังวิญญาณนับสิบใส่ไป๋เซี่ยงเลี่ยจากทุกทิศทาง
“อ้ากกก!”
ต่อให้ไป๋เซี่ยงเลี่ยจะมีความอดทนมากกว่านี้ แต่ภายใต้ความเฉียบคมเยี่ยงนี้ก็ทำให้ถึงกับร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“เจ้าฆ่าข้าเถอะ! นางปีศาจจ! นางปีศาจจจ!” ไป๋เซี่ยงเลี่ยต้องการต่อสู้กับความเจ็บปวด แต่ภายใต้แรงกดดันของเจียงหลีแม้แต่จะขยับก็ยังไม่สามารถทำได้
“จะบอกรึไม่บอก!” เจียงหลีเค้นเสียงถาม
“บอก ข้าบอกแล้ว” ไป๋เซี่ยงเลี่ยยอมจำนน เขาไม่ใช่คนแข็งกระด้าง เขาถูกเจียงหลีทรมานอย่างหนัก เขาก็ไม่สามารถรับมือกับมันได้เลย
“พูด” เจียงหลีมองเขาอย่างเยือกเย็น สายตาของนางเผยให้เห็นพลังอำนาจที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าท้าทายสิ่งที่นางกล่าวออกมา
ไป๋เซี่ยงเลี่ยรู้สึกราวกับตนเองได้ชีวิตกลับมา เขาช้อนดวงตาเหยี่ยวค