วินเหรินชิ่งชิ่งนำเขาลงเขาไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว
ลูกศิษย์ตระกูลไป๋เซี่ยงที่เหลืออยู่อยากขัดขวางพวกเขาเอาไว้ “หยุดเดี๋ยวนี้ พวกท่านไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
“ลุยออกไปเลย” เหวินเหรินชิ่งชิ่งขี้เกียจเสียเวลาพล่ามไร้สาระ นางเปิดฉากต่อสู้ทันที
ลู่เสวียนมองนางอย่างประหลาดใจ แต่ก็เข้าร่วมต่อสู้ด้วย
พวกเขาสองคนจัดการกับผู้บาดเจ็บเพียงไม่กี่คนตาม แน่นอนพวกเขาจัดการสุนัขเฝ้าบ้านสามสี่ตัวเหล่านี้ได้และรีบออกไป
ซ้อเล็ก เจ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ โปรดรอข้าด้วย ขณะที่กำลังวิ่งหนี ลู่เสวียนพูดในใจไม่หยุด ความเร็วของฝีเท้ายิ่งรวดเร็วขึ้น
“เดี๋ยว เจ้ารอข้าด้วยสิ…”
เพียงเดี๋ยวเดียวเหวินเหรินชิ่งชิ่งก็ถูกเขาทิ้งอยู่ด้านหลัง
ลู่เสวียนหันกลับไป เขาทราบดีดว่าเรื่องนี้ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเหวินเหรินชิ่งชิ่งจึงจะทำให้ฮ่องเต้เป่ยโหรวตัดสินใจโดยเร็วที่สุด
แววตาของเขาเป็นประกายวูบไหวแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับนางขี่หลัง
“เจ้าทำอะไร!” เหวินเหรินชิ่งชิ่งตกใจกับการกระทำของเขา
ลู่เสวียนตอบลวกๆ “เจ้าช้าเกินไปแล้ว” เมื่อพูดจบเขาก็พาเหวินเหรินชิ่งชิ่งขี่หลังแล้วเริ่มวิ่งอย่างบ้าคลั่ง
เหวินเหรินชิ่งชิ่งรู้สึกเพียงลมพัดผ่านใบหน้า ภาพตรงหน้าพร่ามัว นางขี่บนหลังของลู่เสวียนรู้สึกถึงความอบอุ่นในร่างกายของชายหนุ่มแล้วยังรู้สึกถึงพลังของธาตุหยางอีกด้วย นางจึงใจเต้นระส่ำแปลกๆ
…
“อยู่ไหน!”
“เร็วๆ หน่อย อย่าให้นางหนีไปได้”
“บัดซบเอ๊ย