เราสองคนตามไปสมทบจะมีประโยชน์อะไร” เหวินเหรินชิ่งชิ่งกล่าวอย่างชัดเจน
เหตุผลข้อนี้ไม่ใช่ว่าลู่เสวียนไม่เข้าใจ เพียงแต่สถานะของเจียงหลีพิเศษเป็นอย่างยิ่ง นางไม่ได้เป็นเพียงราชินีแห่งราชวงศ์จยาเซียน สำหรับเขาก็เปรียบเสมือนคนในครอบครัว เขารู้ชัดเจนทุกอย่าง แต่ในเรื่องความรู้สึกเขาไม่สามารถทิ้งเจียงหลีไว้คนเดียว
“นางเก่งกว่าเราแล้วเป็นคนฉลาด ไม่ถูกคนในตระกูลไป๋เซี่ยงจับตัวได้ง่ายๆ หรอก สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือรีบออกไปจากที่นี่ เจ้าหาวิธีรีบไปบอกคนของเจ้าให้เร่งตามมา ยับยั้งการกระทำผิดของตระกูลไป๋เซี่ยง ส่วนข้าจะรีบกลับวังทันทีเพื่อทูลให้ฝ่าบาทออกหน้าแทน” เหวินเหรินชิ่งชิ่งเล่าถึงแผนการของนาง
“ไกลเกินไป…ไกลเกินไป” ลู่เสวียนส่ายหน้า
จากที่นี่ไปกลับชิ่งตูต้องใช้เวลาสองวัน ภายในสองวันนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้
“นี่เป็นเพียงหนทางเดียว ดังนั้นเจ้ายังยืนยันเสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อหรือไม่” เหวินเหรินชิ่งชิ่งเอ่ยเตือนสติเขา
“สมควรตาย! ไม่น่ามาร่วมฝึกประสบการณ์ตั้งแต่แรก” ลู่เสวียนคำรามอย่างไม่สบอารมณ์
อันที่จริงเขารู้แก่ใจดี เจียงหลีคือผู้ฝึกบำเพ็ญขั้นหลิงไซว่ นับว่าเป็นบุคคลที่ฝึกฝนขั้นสุดยอดในหนาน
ฮวงแล้ว แม้คนในตระกูลไป๋เซี่ยงที่นี่จะมีมากแต่ไม่แน่ว่าจะถูกจัดการในเวลาอันสั้น แต่เข้าก็ยังห่วงพะวง เขาไม่อาจให้เจียงหลีเป็นอะไรไปได้
“ไป! กลับไปเรียกคนที่ชิ่งตูมา!” ในที่สุดเขาก็กัดฟันตัดสินใจ
เห